บทที่ 1. ผู้ชายคนนั้น

ที่งานเลี้ยงสโมสรหรูหราแห่งหนึ่ง ณ โรงแรมชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ ชายผู้หนึ่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กิริยามารยาทดีทุกกระเบียดนิ้วกำลังพูดคุยอยู่กับแขกเหรื่อมากมายหลายคนที่ห้อมล้อมเขากับคู่หมั้นคนสวยที่สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ชายผู้นี้มีชื่อว่า คุณัชญ์ เขาเป็นทายาทพันล้านของตระกูลนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและคุณหญิงชั้นสูงในแวดวงสังคมไฮโซ

สายตาที่จ้องมองมาที่คุณัชญ์นั้นถ้าไม่อิจฉาในความสมบูรณ์พร้อมเพรียงไปทุกอย่างในทุกด้านของเขา ไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูล การศึกษา และคู่หมั้นคนสวยที่งามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ก็ชื่นชมอยากทำความรู้จักกับชายหนุ่ม และเมื่อได้มีโอกาสสนทนาปราศรัยทุกคนต่างก็ต้องหลงรักในความนอบน้อมถ่อมตนและสุภาพอันเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งในผู้ชายยุคปัจจุบันนี้

ผู้หญิงทุกคนต่างก็อิจฉาหญิงที่ยืนข้างกายของเขาเป็นอย่างมาก และอยากเข้าไปยืนอยู่​ ณ ตรงนั้นแทน แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะจะมีใครเหมาะสมกับหนุ่มหล่อไฮโซคนนี้ไปเท่าแพรวพิลาส คู่หมั้นที่เหมาะสมไปทุกด้านจนหาที่ติไม่ได้ 

สำหรับผู้ชายนั้นก็ได้แต่ค่อนขอดด้วยความอิจฉาและพยายามสร้างข่าวในทำนองว่าไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถที่จะสมบูรณ์แบบไปได้ทุกอย่างอย่างเขา นอกจากเสียว่าเป็นชายไม่เต็มชาย คุณัชญ์เองก็ได้ยินข่าวทำนองนี้กระพือมาเข้าหูบ่อยๆ แต่เขาก็ไม่ให้ความสนใจเพราะถือว่าตัวเองจะเป็นอะไรนั้นทราบอยู่แก่ใจ และเขาก็ไม่มีอคติหรือต่อต้านผู้ชายสีม่วงแต่อย่างใดเช่นกัน 

ที่มุมหนึ่งของงานเลี้ยงสวมหน้ากาก ที่หญิงสาวทุกคนภายในงานต่างก็อยู่ในชุดราตรีและสวมใส่หน้ากากขนนกกันทั้งนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคว้านอกลึก และเผยแผ่นหลังเนียนละเอียดไปถึงบั้นท้าย กำลังมองผ่านหน้ากากขนนกสีดำที่เธอสวมใส่มาที่คุณัชญ์ด้วยความสนใจ เธอจับตามองทุกอิริยาบถของเขารวมไปถึงแพรวพิลาสที่ยืนอยู่ข้างๆด้วย

“พกตุ๊กตามาด้วยอย่างนั้นเหรอ?” จรณินทร์หรือหญิงสาวในชุดดำเซ็กซี่ไปทั้งตัวเปรยขึ้นมากับตัวเองเบาๆ 

“คุณจรณินทร์มาอยู่ที่นี่เองเหรอครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งปราดเข้ามาหา ทักทายหญิงสาวด้วยความสนิทสนม

“จำได้ด้วยเหรอคะ ขนาดใส่หน้ากาก” จรณินทร์หันไปมองผ่านหน้ากากอย่างเหยียดๆ ไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้ชายตรงหน้าเพราะสำหรับเธอผู้ชายคนนี้เป็นของเก่าไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเจอเป้าหมายที่น่าสนใจและน่าเล่นด้วยมากกว่าตรงหน้าแบบนี้ มีเจ้าของแล้วอย่างนั้นเหรอ แล้วยังไงล่ะ ถ้าเธอจะแย่งใครจะกล้าหยุดยั้ง?

“โถ คนสวยอย่างคุณจรณินทร์ใครจำไม่ได้ก็บ้าแล้วครับ จำได้สิครับ ผมจะบอกว่าผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้โทรกลับ เพราะมัวแต่ติดธุระเรื่องธุรกิจอยู่ คุณจรนินทร์คงไม่ว่าใช่มั๊ยครับ” ชายหนุ่มยิ้มหวานพยายามจะสานสัมพันธ์อีกครั้งต่อจากอาทิตย์ที่แล้วที่เขาได้เบอร์โทรศัพท์จากเธอ แต่กลับไม่มีเวลาที่จะโทรศัพท์หาเลย จนกระทั่งได้มาเจอกับจรณินทร์ที่นี่

“ไม่ว่าหรอกค่ะ” จรณินทร์ยิ้มบางๆ 

“จริงเหรอครับ คนสวยใจดีจริงๆ งั้นผมขออนุญาตนัดคุณจรณินทร์ไปทานข้าวพรุ่งนี้นะครับ”

“เดี๋ยวค่ะที่บอกว่าไม่ว่าเพราะฉันไม่สนใจ เข้าใจนะคะ ฉันไม่ชอบคนชักช้า อ่ออีกอย่างไม่ชอบผู้ชายที่ไม่กล้าด้วย ที่ไม่โทรเพราะกลัวเมียไล่ออกจากบ้านก็บอกค่ะ ถ้ากลัวขนาดนี้ก็อย่าเจ๋อมาจีบสาวนอกบ้านสิคะ ใส่ปลอกคอเอาไว้คนเขาจะได้รู้ว่าเป็นควายที่ถูกประทับตราแล้ว อยู่ในฟาร์มไหนก็ฟาร์มนั้นค่ะไม่ต้องข้ามฟาร์ม แล้วอีกอย่างเวลาคุยกับผู้หญิงที่ไหนอย่าได้จ้องแต่นม มันสันดานส่อมากว่าถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน คือแบบว่าต่ำนะคะ” จรณินทร์หัวเราะน้อยๆ ยิ้มเหยียดๆ หันหลังเดินกลับออกไปอีกทางปล่อยให้ชายหนุ่มคนนั้นยืนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

จรณินทร์วางแก้วที่มีน้ำสีสวยในมือลงในถาดที่มีบริกรถือเอาไว้ แล้วหยิบแก้วใหม่ขึ้นมา เดินตามคุณัชญ์ไปติดๆ แต่ทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรทีเดียวเพื่อไม่ให้เขารู้ตัวว่าเธอกำลังเดินตามเขามา 

คุณัชญ์ขอตัวแขกและแพรวพิลาส เพราะเขาต้องการที่จะไปโทรศัพท์ แต่ก็หาสัญญาไม่ค่อยได้จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่แถวๆระเบียงที่ต่อกับห้องน้ำ คุยโทรศัพท์อย่างเป็นการเป็นงาน แต่พอหันกลับมาก็กระแทกเข้าให้กับร่างสูงระหงของจรณินทร์ที่ตั้งใจทำไวน์ที่ถืออยู่ในแก้วหกรดที่เสื้อของเขา

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวังซุ่มซ่ามไปหน่อย เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?” จรณินทร์กุลีกุจอลูบไล้ไปที่เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มเบาๆ นิ้วเรียวกรีดไล้ ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างช้าๆ 

“มะ…ไม่เป็นอะไรครับ เรื่องแค่นี้เองอย่าไปคิดมาก” คุณัชญ์ผงะถอยหลังออกไปเพื่อรักษาระยะห่าง แค่สายตาของหญิงาวแปลกหน้าผ่านหน้ากากลูกไม้สีดำ เขาก็รู้สึกใจสั่นหวิวๆเหมือนจะเป็นลม อยู่ดีๆก็ติดอ่างพูดไม่ค่อยออกขึ้นมา

“ไม่เป็นไรได้ไงคะ อย่าพูดรักษาน้ำใจกันเลย เปื้อนเยอะขนาดนี้ มาให้ฉันช่วยดีกว่าค่ะ ตามาสิคะ” จรณินทร์คว้าข้อมือของคุณัชญ์เอาไว้แน่นทำให้ร่างสูงใหญ่ถูกกระชากตามมา ซึ่งผ่านบริกรอีกคนหนึ่งหญิงสาวก็วางแก้วไวน์ลงไปแล้วหยิบขวดโซดาขึ้นมาแทน

“คุณครับ คุณผู้หญิงจะพาผมไปไหนครับ” คุณัชญ์เอ่ยออกมาด้วยความงุนงงไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมให้จรณินทร์ลากเขาไปด้วย เพราะสงสัยอยากรู้ว่าหญิงสาวจะทำอะไรกันแน่

“เอ่อคุณครับ คุณ” คุณัชญ์ฝืนตัวทันทีเมื่อเห็นว่าตรงหน้าเป็นห้องน้ำผู้หญิง จะอย่างไรเขาก็เข้าไปในนั้นไม่ได้

“เป็นอะไรคะ? เข้ามาสิ ฉันจะได้ช่วยไง” จรณินทร์ยื้อยุดกับคุณัชญ์ไม่เข้าใจว่าเขาจะยึกยักทำไม แปลกคน

“ไม่เข้าห้องน้ำผู้หญิงครับ ผมเข้าไปไม่ได้” คุณัชญ์ฝืนตัวเอาไว้เต็มที่ ปฏิเสธอย่างหนักแน่น

“งั้นก็ไม่ต้องเข้า” จรณินทร์ยักไหล่เดินออกมาจากประตูห้องน้ำหญิง 

“ขอบคุณครับ” คุณัชญ์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่แล้วก็ต้องตัวแข็งทื่อ ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่ออยู่ดีๆ จรณินทร์ก็ถือจังหวะที่เขากำลังเผลออยู่นี่ ฉุดกระชากลากชายหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำชาย

“คุณผู้หญิงครับ!”

“นี่คุณอย่ามาโวยวายให้ได้ยิน ก็เข้าห้องน้ำผู้หญิงไม่ได้ ฉันก็มาเข้าห้องน้ำผู้ชายแทนไง หรือว่าคุณจะให้ฉันไปหาห้องน้ำเพศที่สาม!” จรณินทร์จู่โจมเข้าประชิดตัวของคุณัชญ์ที่ยืนงง รุนตัวเข้าไปจนหลังกระแทกกับกำแพง ดึงชายเสื้อเชิ้ตสีขาวออก แถมปลดเข็มขัดอย่างรวดเร็ว ตามด้วยการถอดเสื้อสูทตัวนอก ปลุกปล้ำเพียงแค่ไม่นานนักก็ได้เสื้อเชิ้ตของคุณัชญ์มาถือกับมือสมใจ ในขณะที่ชายหนุ่มอ้าปากค้าง คว้ากางเกงไว้มั่นเพราะทันทีที่หญิงสาวปลดเข็มขัดของเขา กางเกงก็แทบจะรูดลงมาที่ข้อเท้า

จรณินทร์วางเสื้อเชิ้ตของคุณัชญ์ลงบนที่อ่างล้างมือ เปิดขวดโซดาลงไปที่รอยเปื้อนสีแดงเนื่องจากไวน์ แล้วเอากระดาษเช็ดมือซับ ทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรอยไวน์จางลงเรื่อยๆ ก่อนที่เธอจะส่งคืนให้กับคุณัชญ์ที่ยืนหน้าซีดเซียวแทบไม่มีสีเลือด

“รับไว้สิ เสื้อของคุณ แค่นี้คนคงไม่สังเกตแล้วล่ะ เอาไปซักก็คงจะหมดพอดี” จรณิรนทร์ยื่นส่งเสื้อเชิ้ตสีขาวคืนให้ แต่ไม่เห็นว่าคุณัชญ์จะยื่นมือออกมารับคืนไปเสียที เธอก็เลยเป็นคนปราดเข้าไปประชิดตัวของเขาเอง 

“เห็นคุณไม่รับไป อยากให้ฉันใส่ให้เหรอคะ?” จรณินทร์ยิ้มยั่ว กรีดนิ้วไล่ไปตามแผงอกกำยำของเขาไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงที่หน้าท้องที่มีกล้ามเป็นลอนๆ  แล้ววางทาบทับเอาไว้เฉยๆ แช่ไว้อย่างนั้น ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างยั่วยวน

“ว่าไงคะ อยากให้ฉันใส่ให้ใช่มั๊ย?” จรณินทร์ถามย้ำอีกครั้ง เอื้อมมือต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไปอยู่ที่ขอบกางเกง คว้าเข็มขัดของเขาเอาไว้ เฉียดฉิวแก่นกายของหนุ่มฉกรรจ์ไปอย่างหวุดหวิด ในขณะที่อีกมือที่ว่างอยู่ก็ลูบไล้ไปทั่วลำตัวด้านหน้า

คุณัชญ์อยู่ดีๆก็ตัวแข็งทื่อราวกับปูนปั้นปล่อยให้จรณินทร์จัดการกับเขาตามใจชอบ หลับตาพริ้มโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สัมผัสได้ถึงลมเย็นๆที่เป่าเข้ามาในช่องหู พร้อมกับเรียวปากนุ่มที่สัมผัสผ่านโหนกแก้มของเขา 

“เสร็จแล้วค่ะ คุณจะขยับมั๊ย หรือว่าจะยืนเป็นหินสลักอยู่ในนี้แทนกระถางต้นไม้” จรณินทร์หัวเราะน้อยๆ รู้สึกสาแก่ใจที่ปั่นหัวของคุณัชญ์ได้ ถ้าเขามีปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้ก็ไม่ยากนัก ง่ายเลยทีเดียว 

“เอ่อครับ…ขอบคุณครับ” คุณัชญ์ยิ้มเก้อๆ หน้าแดงจัด รู้สึกเก้อๆจนร้อนผ่าวไปหมด ทำตัวแทบไม่ถูก ยิ่งเห็นสายตาสวยคมที่มองมายิ่งรู้สึกแปลกๆ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่กลับอยากเข้าไปใกล้มากขึ้นอยากค้นหาว่าผู้หญิงที่อยู่ใต้หน้ากากลูกไม้คนนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร จมูก และปากที่โผล่พ้นออกมา จะเป็นอย่างไรถ้าเขามีโอกาสได้เห็นหน้าชัดๆ หรือแม้แต่ถ้าได้…

“ขอบคุณเรื่องไหนคะ?” จรณินทร์ชักจะสนุกกับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ ยังไม่อยากปล่อยเขาไปง่ายๆนัก บางทียืดเวลาออกไปอีกสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร

“ขอบคุณเรื่อง เอ่อ…” คุณัชญ์อยู่ดีๆก็อึ้งพูดไม่ออกขึ้นมาเมื่ออยู่ดีๆ จรณินทร์ก็ขยับตัวเข้ามาหาเขา มือน้อยเรียวเล็กเกาะเกี่ยวโน้มคอของเขาลงมา 

จรณินทร์เผยอปากประกบลงไปที่ริมฝีปากบางเฉียบเบาๆ ปลายลิ้นแหย่เย้ายวนเข้าไปทักทาย อยากจะรู้รสชาติต้องห้ามว่าจะหวานหอมเร้าใจแค่ไหน เรียวลิ้นแทรกสอดเข้าไปข้างในเกี่ยวพันกับลิ้นใหญ่ที่แข็งทื่อ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอ แบบนี้แหละที่เธอชอบ เพราะเธอชอบเป็นผู้คุมเกมมากกว่า ยิ่งเขาทื่อเท่าไหร่เธอก็ยิ่งถูกใจ นิ้วเรียวกรีดไล้ไปทั่วหน้าท้องที่แข็งเป็นลอนเมื่อกี้ผ่านสายตามาแล้ว แต่ตอนนี้เธอกำลังคลึงเคล้นบีบคลำ ไล่กดต่ำลงไปเรื่อยๆถึงเป้ากางเกงด้านหน้าที่เริ่มตุงภายในอุ้งมือ 

คุณัชญ์เผลอตัวค่อยๆขยับปลายลิ้นเข้าหาเกี่ยวรัดจูบตอบจรณินทร์ อำนาจบางอย่างที่มีอยู่ในตัวของเธอดึงดูดให้เขาเข้าไปหาและอยากดื่มชิมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมความแปลกใหม่เร้าใจมันช่างหวานแบบนี้ ทำไมใจเขาถึงได้สั่นนัก ทำไมรู้ว่าคนอาจจะเปิดเข้ามาเห็นได้ทุกเมื่อแต่ก็ไม่อยากปล่อยจรณินทร์ไป กลับโอบกอดตวัดร่างของเธอให้เข้ามาหาแนบแน่นจนแทบจะฝังลงไปที่ส่วนหน้าของเขา

จรณินทร์ตั้งใจยั่วคุณัชญ์มากขึ้น บดเบียดทรงสล้างคู่อวบอิ่มที่อยู่ภายใต้ชุดราตรีคว้านคอลึกถึงร่องอกเข้ากับแผงอกกำยำของเขาจนกระทั่งสายเดี่ยวของชุดราตรีไหล่ตกลงมาที่ต้นแขน รูดลงมาเรื่อยๆจนถึงที่ข้อศอก ดึงรั้งลงมาจนเผยให้เห็นอกคู่อิ่มตรงหน้าที่ไม่มีชุดชั้นในใดๆ ขวางกั้นอยู่ 

คุณัชญ์ชักจะเตลิดเข้าไปทุกที เมื่อแผงอกบดเบียดเข้ากับเต้าสวย เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะก้มลงมอง กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็นเมื่อเห็นความสวยลางๆที่อยู่ในนั้น ขนาดยังเห็นไม่ชัดเจนเพียงวับๆแวมๆเท่านั้น ใจของเขาแทบจะหยุดเต้น ตอนนี้ลืมทุกอย่างรอบตัวไปเสียสิ้น อยู่ดีๆก็ปล่อยใ้ห้จรณินทร์เข้าครอบครองจิตใจของเขาอย่างง่ายดายราวกับถูกมนต์สะกดเอาไว้ให้หลงใหล

ริมฝีปากบางเฉียบถอนออกมาจากเรียวปากอิ่มสีแดงสดจากลิปสติกที่ฉาบเอาไว้ ไล่ลงมาตามช่วงคอระหงและช่วงเนินเนื้อที่อวบอัดตรงหน้า ชายหนุ่มดันตัวของจรณินทร์ไปที่อ่างล่างหน้าแล้วยกร่างบอบบางขึ้นนั่ง ทำให้ตาของทั้งคู่ประสานกันอยู่ในระดับเดียวกัน คุณัชญ์มองหญิงสาวอย่างหลงใหล ปล่อยให้จรณินทร์คว้าคอของเขาเข้ามากอดจูบอีกครั้ง 

ขาเรียวเกี่ยวไล้ไต่ขึ้นมาจากด้านข้างของท่อนขากำยำไล้ขึ้นมาเรื่อยๆจนมาถึงที่เอวแคบ ส้นสูงกรีดไล้กดลงไปที่ด้านหลังของสะโพกแคบสอบผ่านกางเกงที่เขาสวมใส ริมฝีปากเผยอส่งป้อนความเย้ายวนอย่างต่อเนื่องและหนักขึ้นทุกที ตั้งใจทำให้คุณัชญ์หัวหมุนตั้งสติไม่อยู่ แต่ทันทีที่คุณัชญ์เคลิ้มหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จรณินทร์ก็ขยับตัวออกห่าง ใช้ส้นสูงข้างหนึ่งกดทับที่หน้าขาด้านหน้าเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างงเขากับเธอไม่ให้เข้ามาใกล้กันมากกว่านี้ 

จรณินทร์ขยับตัวลงมายืนกับพื้น หันหลังให้ชายหนุ่มแล้วถอดหน้ากากลูกไม้ออกทิ้งลงกับพื้น เดินจากไปโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ และไม่หันกลับมาอีกแม้ว่าคุณัชญ์จะส่งเสียงเรียกตามหลังก็ตาม

“คุณครับ คุณผู้หญิง คุณครับ” คุณัชญ์ก้มลงเก็บหน้ากากลูกไม้ขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ กลิ่นหอมของกายสาวแปลกหน้ายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขา รวมไปถึงสัมผัสนุ่มนิ้มแต่เร่าร้อนที่ทำอย่างไรชั่วชีวิตนี้คุณัชญ์ก็ไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน เขาไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองอยู่ดีๆก็เป็นอะไรขึ้นมา ทั้งที่ตั้งแต่เริ่มแตกพานมาจนโตเป็นหนุ่มเต็มตัว ตัวเขาก็ไม่เคยเผลอใจไปกับผู้หญิงคนไหน ปฏิบัติตัวอย่างดีมาตลอด และยอมหมั้นกับผู้หญิงที่ครอบครัวของเขาจัดหารให้เพื่อความเหมาะสมอย่างแพรวพิลาส ซึ่งเขาก็ปฏิบัติตัวเป็นคู่หมั้นที่ดีมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่จะหลวมตัวหลวมใจไปขนาดนี้ ทำไมผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ถึงมีอิทธิพลกับเขานัก

คุณัชญ์จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงกลับเข้าไปในงานก็เห็นแพรวพิลาสส่งยิ้มมาให้เขาบาง จึงเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้าที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด เกิดรู้สึกผิดกับคู่หมั้นสาวขึ้นมาที่เขาอยู่ดีๆก็ทำเรื่องที่ไม่ควร

“พี่ไผ่ไปโทรศัพท์ถึงไหนมาคะ? ปล่อยให้แพรวรอตั้งนาน” 

“พี่เอ่อ…” คุณัชญ์อึกอักตอบไม่ถูกด้วยความที่ไม่เคยพูดปดมาก่อนในชีวิต ยิ่งเห็นสายตาของแพรวพิลาสที่จ้องมองมาอย่างรอคำตอบเขาก็ยิ่งอ้ำอึ้ง

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” 

“ไม่เป็นไรครับ” คุณัชญ์ประคองร่างที่ซวนเซเหมือนจะเสียหลักเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ซึ่งเธอก็ยึดแขนกำยำทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มนิ่งๆ แค่สายตาที่มองกลับมาเพียงแวบเดียวเท่านั้น คุณัชญ์ก็ชาไปทั้งตัวเพราะทราบดีว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ที่กำลังยืนอยู่ระหว่างเขากับคู่หมั้นนั้นคือ ผู้หญิงที่ทำให้เขาร้อนไปทั้งตัวในห้องน้ำนั่นเอง ใบหน้าของเธอสวยเหลือเกินราวกับสวรรค์สร้างมา จมูก ปาก และโครงหน้าช่างรับกัน สมบูรณ์ไปทุกส่วนจริงๆ 

ฝากเรื่องใหม่ของรักด้วยนะคะ

จันทร์กนก

Comments 5

  1. แหมพระเอกนึกว่าจะติ๋มๆเซ่อๆเป็นอย่างเดียว พอถึงเวลานั้นล่ะหลุดโหมดเลยนะ อิอิ ไม่อยากจะเชื่อว่านางเอกเรื่องนี้จะแรง!! พระเอกนางเอกสลับร่างกันป่ะคะเนี่ย

Leave a Reply