บทที่ 1

อินทนิลเดินทางมาหาคุณหญิงแขไขตามที่ท่านต้องการ เมื่อมาถึงก็เห็นว่าคุณหญิงแขไขกำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่คนเดียว เมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้าไปหาคุณหญิงแขไขก็เอ่ยทักทันทีก่อนที่ชายหนุ่มจะได้มีโอกาสยกมือไหว้ทำความเคารพเสียอีก

“มาแล้วเหรอว่าน เป็นอย่างไรบ้าง ช่วงนี้จะหาตัวว่านได้ยากเหลือเกิน”

“สวัสดีครับคุณย่า ผมต้องขอโทษด้วยครับ ช่วงนี้ผมวุ่นวายมากกับเรื่องงานก็เลยเหมือนไม่ค่อยได้มาที่นี่พร้อมกับเจ้าเข้มมัน” อินทนิลรีบอธิบายเพราะไม่อยากให้คุณหญิงแขไขไม่สบายใจและคิดมากที่เขาไม่ได้มาเยี่ยมมาปรนนิบัติเหมือนอย่างเคย เพราะถ้าจะพูดไปแล้วถ้าท่านไม่พูดออกมา เขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเหมือนกันว่ามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับปัญหาที่รบเร้าจนแทบไม่มีสติ

“นั่งสิ เดี๋ยวย่าจะให้คนในบ้านไปเอาน้ำกับของกินเล่นให้ เหนื่อยมากใช่ไหมว่าน หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีเลย?” คุณหญิงแขไขชวนให้อินทนิลนั่งลง รู้สึกเป็นห่วงชายหนุ่มมาได้สักพักแล้ว ทราบดีว่าอินทนิลมีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจตั้งแต่ตอนที่เขมทัต หลานชายอีกคนกำลังมีปัญหาในเรื่องความรักเมื่อไปหลงรักผู้หญิงอย่างนริสราที่ตั้งใจพามาตบตาเธอด้วยการหลอกว่าเป็นแฟน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกเธอจับแต่งงานกับบุตรสาวของคนรู้จัก แต่แล้วกลับหลงรักนริสราหัวปักหัวปำ หวงจนออกอาการแต่ก็ยังปากแข็งสารภาพรักไม่เป็นจนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตกว่าที่จะทำความเข้าใจและตกลงกันได้ลงตัว เพราะนริสราเองก็เป็นมือใหม่ แถมยังไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของผู้ชายด้วยซ้ำไป จนทำให้ทั้งเธอและอินทนิลพยายามช่วยแนะบอกใบ้ให้เขมทัตปรับปรุงตัวอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจนริสรา ซึ่งกว่าจะทำสำเร็จก็ทำเอาใจหายใจคว่ำ หายใจแทบไม่ทั่วท้อง ส่วนอินทนิลนั้นยิ่งแล้วใหญ่เป็นห่วงเพื่อนรักอย่างมากมายจนไม่ยอมปริปากปัญหาที่หนักอึ้งอยู่ในใจของตัวเอง แม้จนกระทั่งบัดนี้ที่นริสรากับเขมทัตลงเอยอย่างมีความสุขและไปฮันนีมูนกันอย่างมีความสุขแล้ว แต่อินทนิลก็ยังไม่ยอมพูดออกมาว่าตัวเองมีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นเธอซักถามหรือตัวเขมทัตเอง เขาก็บอกว่าทุกอย่างแก้ไขปัญหาได้แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่คุณหญิงแขไขทราบดีว่าเรื่องราวไม่ได้จบง่ายๆ อย่างที่อินทนิลพูด เธอเชื่อมั่นว่าเธอไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายหรือคิดไปเอง เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร และรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะใหญ่ไม่น้อยจนกระทั่งอินทนิลไม่ยอมปรึกษากับเธอ ทั้งที่ชายหนุ่มได้ชื่อว่าเป็นหลานรักที่ประพฤติตัวดีอยู่ในกรอบมาโดยตลอด ไม่เหมือนกับเขมทัตที่แหกกฎทุกอย่างเหมือนกัน!

“นิดหน่อยครับคุณย่า งานรักษาคนไข้ก็คงเป็นอย่างนี้ มันดูเหมือนจะเหนื่อยตลอด แต่คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะพยายามดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้คุณย่ากับเจ้าเข้มจะได้สบายใจ” อินทนิลฝืนยิ้มพยายามทำตัวให้ร่าเริงเนื่องจากรู้สึกผิดที่ทำให้คุณหญิงแขไขต้องเป็นห่วง

“เข้มมันก็ถามตาว่านบ่อยใช่ไหมว่าเป็นอะไร?”

“ใช่ครับ ถามอยู่หลายครั้งแล้วตั้งแต่ตอนที่ยังทะเลาะกับเหนืออยู่เลย จนตอนนี้ดีกันกับเหนือไปเที่ยวฮันนีมูนแล้วก็ยังถามไม่หยุดเลยครับ ผมบอกว่าไม่มีอะไรมันก็ไม่ยอมเชื่อ”

“อืม มันเป็นธรรมดานะ เจ้าเข้มมันรักตาว่านเหมือนที่ตาว่านรักเจ้าเข้มนั่นแหละจริงไหม” คุณหญิงแขไขเอ่ยตามความเป็นจริง ทราบมาโดยตลอดว่าหลานชายทั้งสองคนมีความผูกพันกันและรักกันมาก ถึงแม้ว่าจะมีนิสัยที่ต่างกันคนละขั้วก็ตามที

คุณหญิงแขไขชวนคุยและพยายามตะล่อมถามชีวิตส่วนตัวและเรื่องทั่วๆ ไปของอินทนิลเผื่อว่าเธอจะได้ร่องรอยอะไรบ้างให้สืบต่อ แต่ก็ประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะดูเหมือนว่าอินทนิลจะสุขุมและควบคุมอาการวิตกต่างๆ ได้มากกว่าเขมทัตที่แสดงออกมาทางสีหน้า ท่าทางและคำพูดอย่างชัดเจน ทำให้เธอเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น แต่ในกรณีของอินทนิลนั้น ชายหนุ่มไม่ได้โกหกหรืออะไรทั้งนั้น เพียงแต่เก็บงำและไม่ยอมพูดเท่านั้นเอง แล้วเธอจะทำอย่างไรดีเพื่อให้ตัวเองรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จะได้ช่วยเสนอแนะและแก้ไขให้

“ไปดีมาดีนะว่าน อย่าลืมนะ ถ้ามีปัญหาอะไร หรืออยากพูดอยากคุย ว่านรู้ใช่ไหมว่าว่านคุยกับย่าหรือเจ้าเข้มได้เสมอ ถึงมันจะให้คำแนะนำดีๆ ไม่ได้เพราะไร้สติ แต่ก็เป็นผู้ฟังที่ดีได้ อย่าเก็บปัญหาเอาไว้คนเดียว ดูอย่างเจ้าเข้ม มันยังแหกปากโวยวายฟ้องว่านเป็นระยะๆ เลยจำได้ไหม”

“ขอบคุณครับคุณย่าที่เป็นห่วง ผมจะจำไว้ครับ” อินทนิลยกมือขึ้นไหว้ ก้มศีรษะลงด้วยความเคารพและซาบซึ้งในตัวของผู้สูงวัยที่เอ็นดูเขามาโดยตลอด แต่ถ้าท่านรับทราบว่าหลานชายคนดีทำอะไรลงไป อินทนิลเองก็ไม่แน่ใจว่าคุณหญิงแขไขจะรับได้ไหม และยังยอมรับว่าเขาเป็นหลานชายของท่านอีกหรือเปล่า หรือว่าจะตัดขาดกันไปเลยก็ไม่รู้ได้ เพราะขนาดตัวเขายังรังเกียจตัวเองเลยในสิ่งที่ทำลงไป!

อินทนิลขับรถออกไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณหญิงแขไขโดยมีสายตาที่แหลมคมของผู้สูงวัยมองตามไปจนลับสายตาด้วยความเป็นห่วง

“คอยดูนะว่าน ย่าจะต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหาทุกข์ใจของว่านคืออะไร ย่าจะไม่ปล่อยให้ว่านต้องจมอยู่กับความทุกข์อย่างนี้หรอก ย่าทำใจไม่ได้จริงๆ”

อินทนิลขับรถไปเรื่อยๆ แต่แค่เพียงพักเดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็ขับต่อไปไม่ไหว ไปจอดรถเอาไว้ที่ข้างทางและมองไปที่แม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าและสะพานสูงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดวิตกกังวล

กริ๊ง

กริ๊ง

“สวัสดีครับ” อินทนิลกดรับโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาในที่สุด หลังจากที่จ้องอยู่ที่หน้าจอนิ่งๆ ปล่อยให้ริงโทนดังครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าซีดขาวไร้สีเลือดจนน่ากลัวว่าร่างสูงใหญ่จะฟุบลงไปกองกับพื้นถนน

“สวัสดีค่ะพี่ว่าน ตอนนี้พี่ว่านอยู่ที่ไหนคะ?”

เสียงใสๆ หวานๆ ดังกลับมาตามสาย ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายทั้งแท่งคนไหนได้ยินเสียงสาวสวยๆ หวานๆ โทรศัพท์มาหาอย่างนี้ก็คงจะดีใจจนเนื้อเต้น แต่สำหรับอินทนิลนั้นไม่ใช่อย่างที่คิดเลย เขากลับรู้สึกกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที ทั้งที่เมื่อก่อนเขาสามารถพูดคุยกับเธอได้อย่างสนิทใจ เจอกันกี่ครั้งก็ทักทายเสมอ ไม่เคยรู้สึกตะขิดตะขวงใจเลย แต่ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องราวใหญ่โตบานปลายขึ้นมา อินทนิลก็รู้สึกว่าตัวเองมองหน้าหญิงสาวไม่สนิท เท่านั้นไม่พอยังรู้สึกผิดในทุกๆ ด้าน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างแน่นอน

“พี่กำลังยืนอยู่ที่สะพานครับ” อินทนิลตอบออกไปตามตรง หัวสมองของเขาตอนนี้วุ่นวายสับสนเหลือเกิน

“พี่ว่านไปทำอะไรที่สะพานคะ? หวังว่าคงจะไม่กระโดดลงไปเล่นน้ำนะคะ ไม่อย่างนั้นแต้มคงเป็นห่วงแน่เลย”

“เปล่าครับ! พี่แค่ยืนดูวิวเฉยๆ ไม่มีเหตุผลอะไร” อินทนิลปฏิเสธทันควัน เขาไม่ได้คิดอะไรไปถึงขั้นนั้นเลยด้วยซ้ำ

“งั้นก็ดีแล้วค่ะ พี่ว่านมาหาแต้มหน่อยสิคะ แต้มมีธุระจะคุยกับพี่ว่านค่ะ”

“แต้ม เอ่อ…แต้มมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับ?” อินทนิลใจหายวาบเมื่อได้ยินประโยคที่เตชินีเอ่ยออกมาอย่างชัดเจนเต็มสองหู

“คุยเรื่องของพวกเราไงคะ แต้มอยากให้พี่ว่านมาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน”

“ตอนนี้เลยเหรอครับ?” อินทนิลหน้าซีดเผือด เวลาของเขาหมดลงแล้วใช่ไหม คงจะวิ่งหนีปัญหาต่อไปไม่ได้แล้วสินะ แต่ว่าเขาจะจัดการอย่างไรดีในเมื่อไม่ทราบว่าจะหาเหตุผลอะไรไปบอกพวกท่าน

“ใช่ค่ะ ตอนนี้เลยดีกว่าคุณพ่อคุณแม่เพิ่งกลับมาจากพักร้อนที่ต่างประเทศกำลังอารมณ์ดีอยู่เลยค่ะ ถ้าพูดเรื่องของพวกเราตอนนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีนะคะ รับรองว่าพวกท่านจะไม่โมโหแน่นอนในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพี่ว่านกับแต้ม” เตชินีโน้มน้าวหว่านล้อมอินทนิลอย่างมีเหตุผล

“เอ่อ…” อินทนิลจนด้วยคำพูด ตอนนี้ความคิดทุกอย่างกำลังตีกันอยู่ในหัวจนวุ่นวายเหลือเกิน

“หรือว่าพี่ว่านไม่อยากจะมาหาคุณพ่อคุณแม่ของแต้มคะ? พี่ว่านจะทิ้งแต้มใช่ไหม แต้มไม่ดีเลยใช่ไหมคะ แต้มเข้าใจแล้ว แต้มเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ พี่ว่านคิดอย่างนี้ใช่ไหมคะ?” เตชินีเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

“แต้ม น้องแต้มครับคือพี่…พี่จะไปหาแต้มเดี๋ยวนี้แหละ แต้มอยู่ที่ไหน?” อินทนิลโพล่งออกไป รีบเอ่ยตอบรับเพราะไม่อยากให้เตชินีคิดมากและฟูมฟายด้วยความเสียใจไปกว่านี้ เดินตรงดิ่งกลับไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ โดยมีจุดมุ่งหมายเป็นคฤหาสน์ของครอบครัวของเตชินีนั่นเอง

เตชินีอมยิ้มน้อยๆ กำโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือแน่น รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากที่ทุกอย่างสำเร็จอย่างที่ใจหวัง สำหรับเธอนั้นตอนนี้ถ้าทำให้อินทนิลมาพบกับบิดาและมารดาของเธอได้จะเป็นเรื่องดีที่สุด ปัญหาอื่นๆ จะได้ยุติเสียที

อินทนิลเมื่อขับรถมาถึงที่หน้าคฤหาสน์หลังโตก็เห็นร่างสูงโปร่งในชุดหวานสวยน่ารักกำลังยืนรอเขาอยู่ ทันทีที่เขาก้าวลงมาจากรถเตชินีก็รีบเดินตรงเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“พี่ว่านมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยไหม?” เตชินีเข้าไปควงแขนและเอ่ยถามอินทนิลด้วยความสนิทสนม ไม่มีเก้อเขิน มีเพียงแต่ชายหนุ่มเท่านั้นที่ดูเหมือนเงอะงะหน้าแดงก่ำ ทำตัวไม่ถูก

“มะ…ไม่เหนื่อยครับ คุณป้าคุณลุงอยู่ข้างในใช่ไหมครับ พวกท่านรอนานหรือยังพี่จะได้รีบเข้าไปไหว้”

“ใช่ค่ะพวกท่านรออยู่แล้ว พี่ว่านอย่าลืมนะคะว่าพี่ว่านจะต้องบอกพวกท่านว่าพี่ว่านต้องการให้แต้มถอนหมั้นกับคู่หมั้นแล้วมาแต่งกับพี่ว่านแทน”

“เอ่อ…คือว่า”

“ที่สำคัญที่สุดอย่าลืมเน้นนะคะว่า แต้มเป็นของพี่ว่านแล้ว พวกท่านจะได้เข้าใจว่าพี่ว่านจะมาเป็นลูกเขยบ้านนี้”

“เอ่อ…” อินทนิลจุกจนพูดไม่ออกเมื่อเตชินีตอกย้ำความจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง จริงสินะมาถึงขั้นนี้แล้วเขาคงไม่มีทางเลือกจริงๆ แต่ว่าท่านผู้สูงวัยทั้งสองท่านจะต่อว่าเขามากขนาดไหนนะ เมื่อรับทราบว่าบุตรสาวของพวกท่านนั้นถูกเขารังแกหักหาญน้ำใจชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้ ซึ่งตั้งแต่ต้นจนจบนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลย!

ภาคสองของหัวใจแสนกล Oh My Boss มาแล้วค่ะ ว่าแต่เกิดอะไรเนี่ย ต้องติดตามกันต่อตอนหน้านะคะ และอุ้มขอฝากหัวใจแสนกล Oh My Boss ที่เปิดให้สั่งซื้อกันได้แล้วนะคะที่เพจเลิฟการ์เด้น ฝากด้วยจ้า

อุ้ม (ศริญญา)

ปล. สาวๆ คะ อย่าลืมแวะพูดคุยหรือเม้นให้กำลังใจนักเขียนหลังอ่านนะคะ เพื่อที่พวกเขาและเธอจะได้มาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ กันต่อไป และจะทำให้สาวๆ มีกำลังใจมาอัพนิยายตอนต่อไปเร็วขึ้นด้วยค่ะ อย่าปล่อยให้นักเขียนเสียกำลังใจนะคะ

แอดมิน

เลิฟ การ์เด้น พับลิชชิ่ง

Comments 1

Leave a Reply