บทที่ 1

ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ฐนิตย์ช่วยกันบริหารกับฐาปนนท์ ฐานิตย์ผู้น้องกำลังเดินออกมาจากห้องประชุม ที่เขาประชุมอย่างเคร่งเครียดมาทั้งวัน ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังทักทายพนักงานด้วยความเป็นกันเองสีหน้าของเขายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเคร่งเครียด

ฐานิตย์นับว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามเพียบพร้อมไปทุกอย่างทำให้เขาเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ในสังคมไฮโซชั้นสูง นิตยสารสังคมหลายฉบับติดต่อเข้ามาขอสัมภาษณ์เขาอยู่เป็นระยะในฐานะหนุ่มโสดเนื้อหอมคนหนึ่งในขณะนี้ ยิ่งตอนนี้ฐนิตย์ยิ่งเนื้อหอมมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก เนื่องจากพี่ชายสุดหล่ออย่างฐปนนท์ที่มีมาดดิบเถื่อนถูกใจสาวๆ มากมายเพิ่งจะแต่งงานสละโสดไปหมาดๆ กับดอกแก้ว สัตวแพทย์คนเก่งและบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่เลี้ยงชื่อดังที่เชียงใหม่อย่างกัญจนา ฐนิตย์เลยกลายเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลเมธาโสภณที่ยังไม่มีสาวไหนจับจองเป็นเจ้าของ แต่ท่าทางของเขากลับไม่เดือดเนื้อร้อนใจเร่งร้อนที่จะหาสาวสวยมาข้างกายแต่อย่างใด

“คุณเล็กเซ็นชื่อในเอกสารตรงนี้ให้หน่อยค่ะ” เลขานุการประจำตัวรีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา เพราะกลัวว่าจะคลาดกับชายหนุ่มไปเสียก่อน

“ได้ครับพี่นา ไม่มีปัญหา มีอะไรอีกไหม ผมอยากจะกลับแล้ว” ฐนิตย์รีบเซ็นชื่อ ส่งยิ้มให้กับเลขานุการสาวรุ่นพี่อย่างเป็นกันเอง ไม่ถือเนื้อถือตัวว่าตัวเองเป็นเจ้านายเป็นผู้บริหาร แต่ปฏิบัติกับเธอเหมือนกับพูดคุยกับพี่สาว หรือคนสนิท

“ไม่มีแล้วค่ะ คุณเล็กกลับไปเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรค่อยเอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” รัตนาเอ่ยตอบ เก็บเอกสารใส่ลงแฟ้มเอาไว้อย่างเดิม หันหลังกลับเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเธอ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็นึกอะไรขึ้นมาออก รีบหันหลังกลับมา เมื่อเห็นว่าฐนิตย์เดินจ้ำพรวดเกือบจะไปถึงที่ประตูทางออกแล้ว ก็ตัดสินใจป้องปากตะโกนเรียกชายหนุ่มเอาไว้

“อะไรเหรอครับพี่นา?” ฐนิตย์ชะงัก เหลียวกลับมาอย่างงงๆ แต่เมื่อมองเห็นแววตาของรัตนาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เลิกคิ้วคมเข้มขึ้นสูงทั้งแปลกใจและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณเล็กมากับพี่หน่อยได้ไหมคะ แป๊บเดียวค่ะ สักห้านาที พี่มีเรื่องจะบอกกับคุณเล็ก” รัตนากระซิบ เหลียวมองไปรอบๆ ไม่ต้องการให้ใครเห็นหรือได้ยินบทสนทนาระหว่างเธอกับฐนิตย์ในเวลานี้

“เรื่องงานเหรอครับ หรือว่าเรื่องอะไร ทำไมพี่นาถึงได้ทำหน้าตาซีเรียสขนาดนี้” ฐนิตย์ซักไซ้ตามนิสัยด้วยความอยากรู้

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่เรื่องงาน คุณเล็กมาทางนี้สิคะ มาคุยกับพี่หน่อย พี่ไม่อยากคุยตรงนี้” รัตนากลัวจัดว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า เผลอตัวคว้าข้อมือของชายหนุ่มเอาไว้ แล้วดึงทึ้งไปที่ห้องว่างแถวนั้นที่ไม่มีใครอยู่ 

“ไม่มีใครครับ ห้องว่าง พี่นาพูดมาเลยผมกำลังฟังอยู่” ฐนิตย์ชักอยากจะทราบมากขึ้นทุกทีว่ามันเรื่องอะไรกัน เพราะท่าทางรจนาแปลกๆและร้อนรนเหลือเกิน 

“คุณเล็กค่ะ พี่อยากจะคุยเรื่องคุณรุธิชา คือว่า…” รัตนาเอ่ยปากขึ้นมา แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกฐนิตย์ขัดขึ้นมาทันที

“พี่นาครับ ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมไม่อยากพูดถึงอีกแล้ว เรื่องมันผ่านไปนานแล้วครับ ผมลืมเรื่องของผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลยนะครับ ผมขอตัวก่อน” ฐนิตย์ตัดบท สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉย ถึงแม้ว่าจะยังยิ้มส่งท้ายให้กับรัตนาก่อนจะเปิดประตูห้องเดินออกไปข้างนอก แต่สายตาของเขากลับเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณเล็กจะไม่ฟังพี่หน่อยเลยเหรอคะ?” รัตนาเปรยเบาๆกับตัวเอง มองตามหลังของฐนิตย์ที่เดินดุ่มๆออกไปจากบริษัท รู้สึกอึดอัดและหนักใจกับสิ่งที่รับรู้มา แต่ถ้าฐนิตย์ไม่ต้องการรับรู้แบบนี้เธอจะทำอย่างไรดี หรือว่าควรจะปล่อยไปไม่ต้องไปสนใจอีก เพราะฐนิตย์ก็บอกแล้วว่าเขาไม่คิดถึงเรื่องนี้ และไม่มีความรู้สึกใดๆกับรุธิชาอีกต่อไป ฐนิตย์หมดรักในตัวของสาวน้อยคนสวยแล้วใช่ไหม

ที่ลานจอดรถฐนิตย์ฟุบหน้ากับพวงมาลัย ไม่สามารถตั้งสติขับรถออกไปได้ เขาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แสดงอาการอะไรออกมาต่อหน้าของรัตนา ทั้งที่ใจเจ็บปวดร้าวไปหมด คิดเสมอมาว่าตัวเองทำใจได้แล้วกับการที่รุธิชาบอกเลิกไปอย่างไม่มีเหตุผล หลังจากเดินทางไปพักรักษาใจที่เมืองนอก ก่อความวุ่นวายและทำให้พี่ชายของเขาอย่าฐปนนท์ไม่สบายใจ คิดมากไปหลายอย่างจนคลุ้มคลั่งไปจับตัวดอกแก้วมาแก้แค้น เพราะนึกว่าดอกแก้วเป็นคนที่ทำให้เขาเสียใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วพงศกรมีบุตรสาวสองคน คือรุธิชาและดอกแก้วที่เกิดจากภรรยาคนละคน 

ฐนิตย์ไม่ทราบที่มาที่ไปและความเป็นมาของตระกูลโภคินันท์ของดอกแก้ว และไม่กล้าละลาบละล้วงเอ่ยถามพี่สะใภ้หรือพี่ชาย ยิ่งตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนกำลังฮันนีมูนกันอย่างมีความสุข ฐนิตย์ไม่อยากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ไปรบกวนจิตใจทำให้คนที่เขารักทั้งสองคนหมดความสนุก เขาทำร้ายชีวิตของดอกแก้วและฐปนนท์ทางอ้อมมาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าความรักลึกซึ้งที่พวกเขามีต่อกันทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ แต่ฐนิตย์ก็คิดเสมอมาตั้งแต่วันที่ฐปนนท์สารภาพความจริงที่เกาะส่วนตัวว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของเขา ที่วิ่งหนีไปจากทุกสิ่งโดยที่ไม่ได้บอกกล่าว และไม่อธิบายให้คนที่รักและเป็นห่วงเขาเสมออย่างฐาปนนท์รับทราบ ไม่อย่างนั้นเรื่องราวก็คงไม่วุ่นวาย

ฐนิตย์ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะรวบรวมสติเข้าด้วยกัน และขับรถออกไปจากลานจอดรถของบริษัท เขาขับรถไปเรื่อยๆ ไม่อยากกลับไปที่บ้านพัก จึงตั้งใจจะไปนั่งพักผ่อนที่ร้านอาหารสักที่ให้สบายใจก่อนแล้วค่อยกลับไปที่บ้าน ระหว่างที่กำลังขับรถไปเรื่อยๆ บนท้องถนนนี่เองที่เขาเหลือบไปเห็นรัชนกกับรุธิชาและผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งในบริเวณนั้น

ชายหนุ่มตั้งใจจะขับรถผ่านไป แต่เขากลับตัดใจไม่ได้ที่จะจากไปเฉยๆ แบบนี้ ท้ายที่สุดฐนิตย์ก็แพ้ใจตัวเองหาที่จอดรถและเดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งนั้น นั่งที่โต๊ะหลบมุมตัวหนึ่งห่างจากโต๊ะของรุธิชาไม่มากนัก แต่มีเสาบังเอาไว้ทำให้พวกเขาไม่เห็นฐนิตย์

ที่โต๊ะอาหารของรุธิชา หญิงสาวนั่งก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จา มีเพียงรัชนกกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดคุยกันอย่างออกรสเพียงสองคนเท่านั้น

“คุณสิทธิศักดิ์ชอบเมนูนี่ไหมคะ? ฉันคิดว่าอร่อยนะคะ คุณจะลองดูไหม” รัชนกเอ่ยขึ้นอย่างเอาอกเอาใจ ชวนสิทธิศักดิ์ดูเมนูโน้นนี่ไปเรื่อย ชำเลืองมองไปที่รุธิชาด้วยความไม่พอใจนัก เพราะหญิงสาวเอาแต่นั่งก้มหน้าไม่ยอมเปิดปากมีส่วนรวมแต่อย่างใด 

“ผมว่าก็น่าลองนะครับ โดยเฉพาะเมนูนี้ คุณรัชนกดูสิครับ น่าทานเชียว ลองดูไหมครับหนูชา?” สิทธิศักดิ์ชวนรุธิชาที่ก้มหน้างุดพูดคุย

“นั่นสินะ ว่าไงลูกชาขา” รัชนกยิ้มหวาน พูดคุยกับรุธิชาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนกับมารดาและบุตรสาวที่สนิทสนมกัน แต่ใต้โต๊ะนั้นรัชนกแหนบที่ขาของรุธิชาและจ้องตาเขม็งเวลาที่สิทธิ์ศักดิ์ไม่ทันเห็น

“ค่ะน่าทาน” รุธิชาฝืนยิ้ม เอ่ยตอบออกไปตามปกติ ทั้งที่ไม่อยากมาที่นี่ ไม่อยากพูดคุยกับสิทธิศักดิ์

“งั้นก็เอาตามนี้เลยแล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมสั่งให้ ให้ผมเป็นเจ้ามือเอง” สิทธิศักดิ์เสนอตัว หันไปเรียกบริกรเพื่อสั่งอาหาร จึงไม่ทันเห็นว่ารัชนกกำลังจ้องหน้าของรุธิชาอย่างเอาเรื่อง

ที่โต๊ะอาหารหลังจากที่พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟให้กับทุกคน พวกเขาก็รับประทานกันไปตามปกติ จนกระทั่งรุธิชาขอตัวไปห้องน้ำ รัชนกมองตามไปนิ่งๆ ขยับปากเอ่ยพูดคุยกับสิทธิศักดิ์ไปตามปกติ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาทีเธอก็ขอตัวลุกไปที่ห้องน้ำด้วยเช่นกัน

ฐนิตย์สังเกตทุกอย่างอย่างเงียบๆ เขาเห็นอย่างเต็มตาว่ารุธิชากับมารดามีความสุขสนุกสนานกับผู้ชายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ผู้ชายคนนี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้รุธิชาเลิกกับเขา ถึงแม้ว่าฐนิตย์จะรู้สึกแปลกใจในช่องว่างระหว่างวัยที่มากกว่าสิบปีเป็นอย่างต่ำ แต่เมื่อเป็นทางเลือกของรุธิชา เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนี่เป็นชีวิตของเธอ ชายหนุ่มเรียกบริกรมาจ่ายเงินค่าอาหาร ขยับตัวลุกขึ้นล้วงกระเป๋าเดินออกไปจากร้าน และตั้งใจจะเดินออกไปจากชีวิตของรุธิชาตลอดกาล

ที่ห้องน้ำหญิง รุธิชาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัดกดดันที่มีอยู่ในหัวใจ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา หญิงสาวก็รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทันรัชนกที่สังเกตเห็นเข้าพอดี

“แกจะมาร้องไห้เอาอะไรยัยชา” 

“คุณแม่คะ” รุธิชาปรับเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แกไม่เข้าใจหรือไงที่ฉันพูดว่ามันมีความจำเป็นมากแค่ไหนที่แกต้องทำให้คุณสิทธิศักดิ์พอใจให้มากๆ ไม่อย่างนั้นพ่อของแกจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนที่บริษัท ทำหน้าแบบนี้แล้วจะทำให้เขาหลงแกได้อย่างไร หน้าตาน่าเบื่อเหนื่อยหน่าย ใครอยู่ใกล้ด้วยก็รำคาญใจ มีผู้ชายที่ไหนเขาจะสนใจบ้าง” 

“คุณแม่คะ พวกเรากู้ธนาคารได้ไหมคะ? ให้ชาค้ำประกันก็ได้นะคะ” รุธิชาพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง เรื่องราวบานปลายใหญ่โตมาจนถึงวันนี้ แต่เธอก็ยังไม่เห็นด้วยกับวิธีการหาเงินทุนเพื่อกอบกู้บริษัทของรัชนก วิธีการนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ 

“แกจะบ้าเหรอยัยชา ลำพังอาชีพกระจอกๆ ของแกจะกู้เงินได้เท่าไหร่ อย่ามาสะเออะเสนอความคิดโง่ๆ ฉันบอกให้แกทำอะไรก็ทำไป อย่ามาทำหน้าสำออยแบบนี้ ฉันไม่ชอบ” รัชนกตวาดลั่นด้วยความโมโห ไม่พอใจที่รุธิชาขัดใจเธอ

“คุณแม่คะ แล้วเรื่องนี้คุณพ่อทราบหรือเปล่าคะ?” รุธิชาเสียงอ่อนลงไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามปัญหาที่คาใจหลายอย่าง

“ไม่ต้องมาถาม! และไม่ต้องเสนอหน้าไปบอกพ่อของแกด้วย” รัชนกคว้าแขนเรียวของบุตรสาวเอาไว้แน่น บีบจนกระทั่งแขนของรุธิชาเป็นปื้นแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน

“คุณแม่คะชาเจ็บ” รุธิชาพยายามดึงแขนกลับมา ใบหน้าสวยหวานเหยเกรู้สึกเจ็บไปหมด 

“บอกมาสิว่าแกจะไม่สะเออะไปพูดเรื่องนี้กับพ่อของแก จำไว้นะวันไหนที่แกพูด แล้วพ่อของแกคิดมาก ฆ่าตัวตาย ฉันจะบอกทุกคนว่าเป็นความผิดของลูกสาวไม่รักดีอย่างแก จำใส่กระโหลกเอาไว้ให้มั่น” รัชนกถลึงตา จ้องหน้าของรุธิชาด้วยความไม่พอใจ นิ้วเรียวจิ้มที่หน้าผากของหญิงสาวอย่างแรง 

“คุณแม่คะ ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณสิทธิศักดิ์จะแปลกใจว่าทำไมมาห้องน้ำนาน” รุธิชาบ่ายเบี่ยง ไม่อยากตกปากรับคำออกไปกับรัชนก เพราะเธอไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำได้

“แกต้องจำที่ฉันพูด ถ้าแกดื้อหรือไม่ทำอย่างที่ฉันต้องการ ฉันจะเอาแกให้ตาย ที่ฉันพูดเนี่ยได้ยินไหม ทำไมถึงไม่ตอบ เวลาฉันถามอะไรแก” รัชนกตวาดลั่น ยิ่งเห็นรุธิชานิ่งเงียบไม่ตอบ ไม่รับปากก็ยิ่งหงุดหงิด 

“ค่ะ”

“จะพูดอะไรก็ให้มันดังๆ หน่อยไม่ใช่เบาจนไม่ได้ยิน รำคาญ ยิ่งเห็นหน้าแกยิ่งหงุดหงิด ไปเลย รีบไปนั่งเดี๋ยวนี้” รัชนกฉุดกระชาก เล็บจิกฝังลงไปที่แขนของรุธิชาจนเป็นรอย แต่พอเธอเหลือบไปเห็นสิทธิศักดิ์ที่กำลังเดินมา ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส ควงแขนของรุธิชาเอาไว้อย่างรักใคร่เอ็นดู หน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว

“คุณสิทธิศักดิ์มาเข้าห้องน้ำเหรอคะ? ฉันกับลูกชากำลังจะกลับกันไปเลยค่ะ จริงไหมคะลูกขา?” 

ฝากภาคสองของเจ้าสาวคนเถื่อนด้วยนะคะ

รัก (จันทร์กนก)

Comments 3

Leave a Reply