บทที่ 2 ปมในใจ

 

“อ้าวจี ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะ?” อัญชิสาถามด้วยความงุนงง สายป่านนี้แล้วเจ้าสาวยังไม่แม้แต่จะเริ่มแต่งหน้าเลย แล้วจะทันกันไหมเนี่ย ส่วนแก้วใจกับฟ้าใสก็ช่วยกันเอาชุดเจ้าสาวออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่ยังแขวนไว้เรียบร้อย

“ทำไมช่างแต่งหน้าเขาไม่มาจัดการให้เรียบร้อยนะ สายแน่เลยจี” ฟ้าใสเริ่มบ่น พร้อมทั้งกลัวว่างานจะไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ในขณะที่แก้วใจง่วนอยู่กับการดึงพลาสติกออกจากชุดเจ้าสาวอย่างระมัดระวัง

“ไม่ต้องแต่งแล้วแหละ” จินต์ศุจีเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

ทุกคนหันมามองว่าที่เจ้าสาวพร้อมๆ กัน สามสาวมองหน้ากันเลิกลั่กอย่างไม่รู้สาเหตุที่มาที่ไป

“มันอะไรกันจี?” อัญชิสาเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย แก้วใจทิ้งชุดแต่งงานไว้บนเตียงพร้อมทั้งเดินเข้ามาหาจินต์ศุจีพร้อมๆ กับฟ้าใส

“ไม่มีงานแต่งงานแล้ว จีไม่แต่ง ไม่แต่งแล้ว” หญิงสาวตอบเสียงสั่นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย

ฟ้าใส แก้วใจและอัญชิสาตกใจเข้าไปกอดจินต์ศุจีไว้แน่น พร้อมทั้งอยากจะซักถามให้รู้เรื่อง แต่จินต์ศุจีกลับเอาแต่ร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

อัญชิสาเห็นท่าไม่ดี อย่างไรเสีย แขกก็เริ่มทยอยเข้ามาในงาน ถ้าเจ้าสาวไม่แต่งต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่

“แก้ว ฟ้า อยู่เป็นเพื่อนจีนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปหาคุณอิน” อัญชิสาวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เธอวิ่งไปชนกับอินทรที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอพอดี

“คุณอิน มาก็ดีเลย มีปัญหาใหญ่แล้ว” อัญชิสากล่าวอย่างกระหืดกระหอบ ไม่ทันสังเกตหน้าที่เคร่งเครียดของอินทร

“ผมก็มีปัญหาใหญ่มาบอกคุณเหมือนกัน แต่คุณพูดก่อน” อินทรเอ่ยขึ้นพร้อมรอฟังว่าอัญชิสาจะพูดอะไร เพราะอย่างไรชายหนุ่มคิดว่าข่าวของเขามันน่าจะยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่

“จีไม่ยอมแต่งงาน แล้วข่าวคุณล่ะ?” อัญชิสาเอ่ยขึ้นอย่างละล่ำละลัก

“เอากันเข้าไป เจ้าบ่าวไม่มา! เจ้าสาวไม่ยอมแต่ง!” อินทรหน้าซีด ปวดศีรษะขึ้นมาตุบๆ

อีกฟากหนึ่งของงานแต่งงาน วิษวะปลีกตัวออกไปพูดคุยโทรศัพท์อยู่คนเดียวเงียบๆ ที่มุมสงบแห่งหนึ่ง เขาใช้เวลาอยู่พักใหญ่แล้วจึงทำให้ไม่ทราบว่าภายในงานกำลังเกิดเรื่องใหญ่ที่เจ้าบ่าวไม่ปรากฏตัว และเจ้าสาวไม่ยอมแต่งงาน

“พี่บอกชัชไปแล้วว่าผึ้งจะไปฝึกงานที่นั่น ว่าแต่ทำไมเราถึงอยากไปฝึกที่นั่น ประสบการณ์ก็มีแล้ว งานดีๆ ก็หาได้แต่ดันไปฏิเสธเขา เสียโอกาสหมด มีแผนการอะไรหรือเปล่า บอกพี่มาดีๆ เลย” วิษวะยืนอยู่ข้างกำแพงพูดโทรศัพท์อยู่คนเดียวในงานแต่งงานของจินต์ศุจีที่เป็นทั้งรุ่นน้องจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเป็นนางพยาบาลที่ทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกันด้วย นอกไปจากนั้นจินต์ศุจียังรู้จักอัญชิสา แก้วใจ และฟ้าใสเนื่องจากอินทรสามีของอัญชิสาเป็นคนแนะนำเธอให้กับสามสาวนั่นเอง ใครจะไปคิดว่าโลกมันกลมดีเหลือเกินเพราะอินทรและจินต์ศุจีเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กกันอยู่

“ไม่มีอะไรหรอกพี่วิษ เบื่อกรุงเทพฯ นะอยากไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบท อีกทั้งจบเกษตรมาทางด้านนี้ ก็น่าจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือพี่วิษ จะให้ผึ้งไปปลูกผักบนรถไฟฟ้ามหานคร” กชกร หรือผึ้งตอบกลับมาตามสาย

“พี่ก็แค่สงสัย ไม่ต้องย้อน แสบไม่เลิกนะเรา เดี๋ยวพี่ต้องไปก่อนละ ดูเหมือนจะมีเรื่องวุ่นๆ ในงานแต่งคืนนี้ ตายแล้วมันอะไรกัน แค่นี้นะครับ” วิษวะวางสายไปอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นอินทรที่เดินดุ่มๆ ตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก

กชกรยังคงถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ถึงแม้ว่าวิษวะจะวางสายไปแล้ว ใจเธอพลันคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อเยาว์วัย ที่เธอได้ตามลุงกับป้าไปใช้ชีวิตในบ้านไร่ ที่นั่นเป็นที่แรกที่ทำให้เธอได้เจอกับเขา จากวันแรกที่เจอจนถึงวันนี้ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นชายในฝันเป็นไอดอลในดวงใจของสาวน้อย ณ ตอนนั้นเสมอมา และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอเลือกเรียนเกษตรกรรม ใจหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะได้กลับไปอยู่ใกล้ๆ เขาอีก โดยเฉพาะตอนนี้ที่เขาไม่มีพันธนาการหัวใจใดๆ อีกแล้ว

เปล่าเลยกชกรไม่ได้หวังว่าจะทำให้เขาจะหันมาสนใจเธอ เพียงแต่ต้องการให้เธอได้แอบปลื้ม แอบรักเขาโดยที่ไม่รู้สึกผิดกับผู้หญิงของเขาก็เพียงพอ แค่นี้ก็พอแล้ว สำหรับเขาที่มองเธอเป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่ง เขาคงจะจำไม่ได้แม้แต่หน้าของเธอ

“พี่ชัช อีกไม่นานแล้วนะคะ ที่ผึ้งจะได้เจอพี่ชัชอีกครั้ง”

งานแต่งงานของจินต์ศุจีเป็นอันต้องล้มไปโดยปริยาย เพราะไม่มีทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ในวันงานเครือญาติและผู้เกี่ยวข้องทุกคนวุ่นวายโกลาหลกับการตัดสินใจของคู่บ่าวสาว แต่ท้ายที่สุดก็ต้องทำใจเพราะคงจะทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่หวังว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะถูกลบเลือนไปกับกาลเวลา

“จีแน่ใจนะว่าจะลาออก” วิษวะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะรับซองขาวมาถือไว้ในมือ ตอนนี้วิษวะมีตำแหน่งผู้บริหารทางด้านทรัพยากรบุคคลเพิ่มขึ้นมานอกจากงานประจำที่เลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนก จึงต้องรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับบุคลากรของโรงพยาบาล

“ค่ะ จีอยากไปพักผ่อนสมองค่ะ ไว้สบายใจแล้วอาจจะกลับมาที่กรุงเทพฯ ใหม่ก็ได้ หรือไม่ก็ไปอยู่ที่ต่างจังหวัดเป็นการถาวรไปเลย”  จินต์ศุจีตอบกลับมาด้วยดวงตาที่แน่วแน่ เหมือนกับเธอได้คิดตัดสินใจมาแล้วเป็นอย่างดี

“แล้วจีจะไปไหน รู้หรือยัง” วิษวะถามด้วยความเป็นห่วง

“ยังเลยค่ะ เดี๋ยวค่อยคิด” จินต์ศุจีตอบตามตรงไม่ได้ปิดบัง

“เอางี้ไหมจี ไปทำงานกับเพื่อนพี่วิษ เขามีไร่องุ่นกับกาแฟ มีลูกน้องค่อนข้างมาก พี่วิษจะให้จีไปเป็นพยาบาลดูแลคนงานที่นั่น อยู่ทางภาคเหนือโน่นห่างไกลจากกรุงเทพฯ อย่างที่จีต้องการ” วิษวะเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยออกไป

ในเมื่อคิดว่าเขาไม่สามารถรั้งเธอไว้ได้ แต่ถ้าจะปล่อยหญิงสาวไปก็อดเป็นห่วงน้องไม่ได้ ถ้าจะต้องไปก็ให้ไปในที่ที่มีหูมีตาของเขาอยู่ อย่างน้อยชัชวินก็สามารถรายงานเขาได้ว่าจินต์ศุจีอยู่ดีมีสุขหรือมีทุกข์อย่างไร

“ค่ะพี่วิษ จีจะไปที่นั้น ขอบคุณนะคะ” จินต์ศุจีก้มหน้านิ่งเงียบไปพักใหญ่เหมือนใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองวิษวะอีกครั้งและตอบตกลง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ที่โรงแรมหรู อชกรยังคงนอนหลับคว่ำหน้าอยู่บนเตียง แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้องทะลุผ้าม่าน ทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับเปลือกตาอย่างช้าๆ อชกรพลิกตัว ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง สะบัดศีรษะไปมาให้เพื่อให้รู้สึกตัว สายตาเริ่มมองไปรอบๆ ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักของโรงแรมคนเดียว เสื้อผ้าหลุดรุ่ย ทำให้เขายิ่งมึนงงเข้าไปอีกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาเมื่อคืนนี้ จำได้แต่เพียงว่านั่งดื่มกับเพื่อนที่บาร์ข้างล่างของโรงแรม แล้วเพื่อนของเขาก็เรียกผู้หญิงคนหนึ่งให้มานั่งเป็นเพื่อน จริงสินะแล้วผู้หญิงคนนั้นไปไหนแล้ว อชกรขยับตัวลุกขึ้นยืนแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องพักไป เป็นจังหวะเดียวกันกลับที่เพื่อนของเขาเดินตรงเข้ามาหา

“เฮ้ยกร ตื่นแล้วเหรอ นึกว่าจะมาไม่ทันแก พอดีประชุมมันยืดเยื้อ กลัวแกจะกลับไปก่อนแทบตาย เอานี่กุญแจรถ เอามาคืน”

“ว่าแต่เป็นไง หายเมายัง หรือว่ายังปวดหัวอยู่ ถ้าไง ฉันพาแกไปหาอะไรกินดีไหม เพราะแกยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เพื่อนของอชกรถามด้วยความเป็นห่วง

“เออ ขอบใจที่เป็นห่วง ยังไม่หิว เพิ่งจะตื่น แต่ยังมึนๆ อยู่ ว่าแต่ฉันมาอยู่ในห้องพักของโรงแรมได้อย่างไร? แกพยุงฉันขึ้นมาเหรอ?” อชการถามงงๆ

“เฮ้ยเปล่า ฉันให้น้องพิงค์พยุงแกขึ้นมา แล้วนี้เขาไปไหนล่ะ อย่าบอกนะว่าสำลักสุขจนลืมว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เฮ้ย เปล่า พูดบ้าๆ” อชกรปฏิเสธเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรไปบ้าง

“อ้าวอย่าบอกฉันนะ ว่าแกเมาเป็นหมา จนเขากลับไปก่อน เวร เสียเงินเปล่าจริงๆ อุตส่าห์ตั้งใจให้แกมีความสุขเสียหน่อย” เพื่อนของอชกรเอ่ยขึ้น กอดคอของชายหนุ่มเอาไว้ แล้วเดินออกไปจากห้องพักพร้อมๆ กัน

“ฉันก็ไม่ได้ให้แกหาผู้หญิงให้นะ แต่ฉันเลี้ยงแกคราวหน้าแล้วกัน จะได้หายกันเอาไหม ว่าแต่เมื่อกี้แกบอกว่า แกอยากจะไปกินข้าวกับฉัน งั้นก็ไปกัน ฉันอยากไปกินเนื้อย่างเกาหลี ไปไหม” อชกรเอ่ยชวนเพื่อน

“ไปดิ แต่แกเป็นเจ้ามือนะ ว่าแต่ร้านอยู่ไหนไปไกลป่ะ”

“ไม่หรอก ไปแกกับฉันไปรถคนละคัน แกขับตามฉันมา ร้านอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมนี้เท่าไหร่ น่าจะประมาณยี่สิบนาทีถึง แล้วแกกับฉันค่อยกลับไปบ้านฉัน ว่าแต่แกมีธุระอะไรเปล่า พอดีแม่ฉันเขาอย่างจะคุยกะแกเรื่องแม่แกนะ เห็นเขาบอกว่า ใกล้วันเกิดแม่แกแล้ว เขาจะถามแกเสียหน่อยว่าแม่แกชอบอะไรบ้าง หรือตอนนี้กำลังอยากได้อะไร พอจะช่วยได้ไหม” อชกรเอ่ยถาม

“ได้สิ แต่ฉันก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน ว่าแม่ต้องการอะไร”

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

“นี่วิษแกเห็นไร่ฉันเป็นสถานเลี้ยงเด็กหรือไง ถึงส่งมาจริง จะมีมาอีกไหม?” ชัชวินถามยิ้มๆ ไม่ได้จริงจังอะไร เพียงแต่หยอกเพื่อนเล่น

“ก็แค่สองคน แต่แกต้องสัญญากับฉันนะว่าแกจะดูแลสองคนนี้เป็นอย่างดี เข้าใจไหม?” วิษวะกำชับ

“ได้ นี่ถ้าฉันไม่รู้จักนิสัยแกดี คงคิดไปแล้วว่าแกฝากกิ๊กให้ฉันดูแล” ชัชวินแซว

“เฮ้ยไอ้บ้า อย่าพูดให้ฟ่างได้ยินเชียวนะ แม่คุณยิ่งขี้หึงอยู่” วิษวะแหวกลับมาเสียงดัง

“เออๆ ไม่พูดหรอก ส่งๆ มาเถอะแล้วจะดูแลให้ ว่าแต่มีอีกใหม่ สาวๆ รุ่นน้องแกเนี่ย เผื่อฉันจะต้องสร้างบ้านใหม่ให้อยู่กัน?” ชัชวินแซว

“ไอ้เวรไม่ต้องยียวนกวนประสาท มีแค่สองคนนี้แหละ ไปแล้ว ค่อยคุยกันวันหลัง” วิษวะเอ่ยขึ้นก่อนจะตัดสายไป

ชัชวินวางโทรศัพท์ไว้ที่แป้นเหมือนเดิม ก่อนที่จะกวักเรียกคนสนิทให้เขามาใกล้ๆ

“ครับพ่อเลี้ยง?”

“ช่วยไปเตรียมที่พักสองที่ให้หน่อย จะมีผู้หญิงมาที่นี่สองคน” ชัชวินพูดเรียบๆ ในขณะที่คนสนิทของเขาอ้าปากด้วยความงุนงงกับคำสั่งของเจ้านาย คิดในใจว่าบทจะอยู่คนเดียวก็อยู่มาได้เกือบสองปีไม่เคยมีผู้หญิงที่ไหนมาบ้าน แต่บทจะพาผู้หญิงเข้าบ้านก็เล่นพามาทีเดียวสองคนแล้วแบบนี้ไม่ยุ่งกันใหญ่เหรอ

พี่วิษฝากจีกับหนูผึ้งไปที่ไร่พ่อเลี้ยงชัช แต่ว่าแล้วกรจะตามไปหาจีได้อย่างไร ที่สำคัญอีกเรื่องพ่อเลี้ยงชัชจะจำผึ้งได้ไหมนะ?

ฝากภาคสามของเส้นรุ้งที่ขอบฟ้าและสามีฉุกเฉินด้วยนะคะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามกันต่อได้ในตอนหน้าจ้า ส่วนคนที่สนใจภาคหนึ่งตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วนะคะ ในแบบรูปเล่มและ ebook ค่ะ ส่วนภาคสองอยู่ในขั้นตอนการอีดิมนะคะ ออกมาเป็นรูปเล่มเมื่อไหร่จะประกาศให้ทราบค่ะ

ปล. สาวๆ คะ อย่าลืมแวะพูดคุยหรือเม้นให้กำลังใจนักเขียนหลังอ่านนะคะ เพื่อที่พวกเขาและเธอจะได้มาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ กันต่อไป และจะทำให้สาวๆ มีกำลังใจมาอัพนิยายตอนต่อไปเร็วขึ้นด้วยค่ะ อย่าปล่อยให้นักเขียนเสียกำลังใจนะคะ

แอดมิน

เลิฟ การ์เด้น พับลิชชิ่ง

Comments 2

  1. กรมัวแต่เมาเลยไม่รู้ว่าพี่จีไม่ได้แต่งงานแล้ว

Leave a Reply