บทที่ 4

 

“คุณตกลงแล้วเหรอคะ?” วิชิตาผงกศีรษะขึ้นมาสบตาคู่คมเข้มของปวริศเอ่ยถามซ้ำเสียงสั่น อยากได้ยินให้ชัดเต็มสองหูอีกครั้งหนึ่ง จะได้ทราบว่าสิ่งที่เธอทุ่มเทลงไปนั้นจะไม่เสียเปล่า

“ใช่ ผมตกลง เย็นนี้ผมเลิกงานแล้วมารอที่นี่ผมจะมาตกลงรายละเอียดกับคุณอีกที” ปวริศประกาศปล่อยร่างของวิชิตาให้เป็นอิสระ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนกับไม่ใส่ใจอะไรกับวิชิตาอีก

“เย็นวันนี้เหรอคะ?” วิชิตาถามซ้ำชำเลืองมองชายหนุ่มที่กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เธอเดาใจเขาไม่ได้ว่าปวริศคิดอะไรอยู่ในใจ เธอจะทำสำเร็จไหมนะ? วิชิตาคิดไปก็กลัดกระดุมเสื้อเอาไว้ตามเดิม ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระก็ตามที แต่วิชิตาก็ยังหายใจไม่เป็นปกติสักที มือน้อยๆ สั่นระริก แต่ก็พยายามควบคุมเอาไว้ไม่ให้เขาได้เห็นว่าเธอนั้นสั่นขนาดไหน

“ใช่เย็นวันนี้กลับมาหาผมที่นี่ มีปัญหาอะไรไหม ถ้าไม่มีก็มาที่นี่ ถ้ามีก็ไม่ต้องมาให้ผมเสียเวลา ถือว่าข้อตกลงเป็นอันยกเลิก ออกไปได้แล้วผมจะทำงาน ยืนอยู่ทำไมอีกล่ะ?” ปวริศเงยหน้าขึ้นมาสบตากับวิชิตาเพียงแวบเดียว ก่อนคว้าแฟ้มงานขึ้นมาเปิดและอ่านดู ไม่ได้ให้ความสนใจกับวิชิตาอีกต่อไป ชายหนุ่มทำเหมือนกับว่าหญิงสาวไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

วิชิตาหน้าชากุมสาบเสื้อเอาไว้แน่น รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง ยิ่งเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์วาบหวามเมื่อครู่นี้ที่เธอปล่อยให้เขาทำกับตัวเธอแบบนั้น คงเป็นแบบนี้สินะที่ทำให้ปวริศคิดว่าเธอง่าย เขาคงคิดว่าเธอก็แค่ผู้หญิงขายตัวดีๆ นี่เอง

วิชิตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นหันหลังเดินออกไปจากห้องทำงานของปวริศด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ลากขาไปเรื่อยๆ ตามอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว

ปวริศวางแฟ้มที่ถือเอาไว้ในมือลง เงยหน้าขึ้นมองตามหลังของวิชิตาไปจนกระทั่งประตูห้องทำงานของเขาปิดสนิทเหมือนเดิม ชายหนุ่มทิ้งปากกาที่ถือเอาไว้ลงไปบนโต๊ะ แล้วหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง หลังพิงขอบหน้าต่างข้างหนึ่ง สายตาทอดมองไปที่เบื้องหน้า หัวสมองของเขากำลังทำงานอย่างหนักเพราะไม่แน่ใจว่าข้อตกลงของวิชิตานั้นมีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า หรือที่หญิงสาวต้องการทำลงไปทั้งหมดเพียงเพื่อที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของวิรุฬอย่างนั้นเหรอ

……………………………………………………………………………………………………………………………

วิชิตาขับรถย้อนกลับไปเยี่ยมวิรุฬที่โรงพยาบาล หญิงสาวยืนเกาะกระจกอยู่ที่ด้านหน้า น้ำตาไหลเป็นทางรู้สึกสงสารชายหนุ่มจับใจที่ตกอยู่ในสภาพนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับวิรุฬนั้นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว ผู้หญิงที่ชื่อกานดา ถ้าเธอไม่ก้าวเข้ามาในชีวิตของชายหนุ่ม เขาก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้

วิชิตาจัดการธุระต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวของวิรุฬจนเรียบร้อย และเดินทางไปพบทนายที่ทำเรื่องหย่าร้างให้กับวิรุฬ ก่อนที่จะเดินทางย้อนกลับไปที่บริษัทใหญ่โตของปวริศอีกครั้งหนึ่งตามที่ชายหนุ่มต้องการ

เมื่อไปถึงวิชิตาก็สังเกตเห็นว่าพนักงานส่วนใหญ่ต่างก็ทยอยกันกลับบ้าน เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยังนั่งทำงานอยู่ ซึ่งรวมไปถึงเลขานุการหน้าห้องของปวริศด้วยที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอพอดี

“คุณเองเหรอคะ? มาหาคุณพีทใช่ไหมคะ” เลขานุการสาวเอ่ยทักทาย จำหน้าของหญิงสาวตรงหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะเธอเพิ่งมาที่นี่เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้เอง ไม่คิดเลยว่าหญิงสาวจะย้อนกลับมาอีกในเย็นวันนี้อีก

“ค่ะ” วิชิตาตอบรับ เธอกำลังจะเดินเข้าไปหาซาตานอย่างเขาและทำสัญญาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพียงในเวลาไม่กี่นาทีที่จะเกิดขึ้นข้างหน้านี้ หลังจากที่ก้าวขาเข้าไปในห้องทำงานของเขาแล้ว เธอคงไม่สามารถถอยหลังกลับออกมาได้อีก

“เชิญเข้าไปได้เลยค่ะคุณ คุณคะ” เลขานุการเอ่ยซ้ำเมื่อเห็นวิชิตายังคงยืนนิ่งๆ อยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน

“คุณคะ เข้าไปได้เลยค่ะ คุณพีทรออยู่ข้างในแล้วค่ะ”

วิชิตาหันมายิ้มให้กับเลขานุการของปวริศ พยักหน้าน้อยๆ จับลูกบิดประตูเอาไว้มั่น หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเหลียวไปมองรอบตัว ซึ่งเธอก็เห็นว่าพนักงานทุกคนเริ่มทยอยกันกลับบ้าน รวมไปถึงเลขานุการหน้าห้องด้วยที่คว้ากระเป๋า และเมื่อเห็นว่าเธอจ้องมองมาก็เพียงแต่ยิ้มให้ ก่อนที่จะเดินออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้วิชิตายืนอยู่คนเดียว

วิชิตารู้สึกเหงื่อซึมออกมาที่ฝ่ามือจนลูกบิดลื่นไปหมด หัวใจน้อยๆ เต้นแรงรัวเร็วเหลือเกิน เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะเดาไม่ได้ว่าคนอย่างปวริศต้องการอะไรในข้อเสนอครั้งนี้ หนำซ้ำเธอก็บอกเขาเองว่าเธอตกลงทุกอย่างไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร เธอจะทำอย่างนี้จริงๆ ใช่ไหม วิชิตาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามกับตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวหุบเปลือกตาคู่สวยลงอย่างปวดร้าว ทำใจไม่ถูกกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึน แต่เมื่อนึกย้อนไปถึงวันก่อนเก่า วันที่บิดามารดาของวิรุฬรับเธอเข้าไปอยู่ในบ้าน พวกเขาดูแลและต้อนรับเด็กอย่างเธอเป็นอย่างดี ให้ความรักความอบอุ่นเสมอมา ถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีเธอในวันนี้ รวมไปถึงวิรุฬด้วย ชายหนุ่มดีกับเธอมากเห็นเป็นน้องสาวแท้ๆ ที่ตามกันมา ถึงแม้ว่าความรักความผูกพันที่เธอมีให้เขานั้นลึกซึ้งมากกว่าความสัมพันธ์ของพี่ชายกับน้องสาวก็ตามที แต่วิชิตาก็เข้าใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเงียบๆ ไม่เคยปริปากบอกความในใจให้วิรุฬรับทราบว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา แต่ยินดีกับชายหนุ่มเมื่อเห็นเขามีความสุข ทำให้เธอยอมรับข่าวเมื่อเขาประกาศว่าจะแต่งงานกับกานดา เพราะนึกว่าพวกเขาทั้งคู่รักกันมาก ได้แต่อวยพรให้พวกเขามีความสุขและครอบคู่กันไปตลอด แต่ไม่นึกเลยว่าเพียงแค่หนึ่งปีหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องมากมายจนทำให้วิรุฬเป็นแบบนี้และสูญเสียทุกอย่างรวมไปถึงบริษัทที่เป็นมรดกตกทอดของครอบครัวด้วย

“มาแล้วเหรอ?” ปวริศที่นั่งรออยู่ด้านใน เอ่ยทักเสียงขรึมเมื่อเห็นประตูใบใหญ่ถูกผลักเข้ามา เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าวิชิตาจะกล้ากลับมาที่นี่หรือเปล่า ทีแรกนั้นเขาคิดว่าเธอจะไม่กล้าเสียอีก หลังจากที่กลับไปตั้งสติใคร่ครวญแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะกล้าบ้าบิ่นกลับมาที่นี่อีก เธอไม่กลัวเขาเลยใช่ไหม?

“มาแล้วค่ะ ฉันมาตามข้อตกลง หวังว่าคุณจะรักษาสัญญา” วิชิตาเดินตรงเข้าไปหาปวริศด้วยท่าทางที่สุขุม ใบหน้าสวยคมเข้มของเธอนั้นเรียบสนิทไร้อารมณ์ความรู้สึกเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ชัดเจน แต่ข้างไหนนั้นกลับตรงกันข้าม เพราะหญิงสาวรู้สึกร้อนจนอึดอัดเหมือนกำลังตกลงไปนรกที่หมกไหม้

“นั่งลง แล้วก็เซ็นชื่อสิ ต่อไปนี้ส่วนนี้จะเป็นของคุณ แล้วคุณจะเอาไปให้ ‘เขา’ ก็เป็นเรื่องของคุณ” ปวริศยื่นแฟ้มเอกสารให้กับวิชิตา มือประสานกันจ้องมองทีท่าของหญิงสาวอย่างไม่วางตา

วิชิตารับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูเมื่อเห็นเอกสารที่อยู่ข้างในก็แทบจะร้องไห้ออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง รีบเซ็นชื่อลงไปในเอกสารด้วยความดีใจที่ทำให้ความฝันของวิรุฬเป็นจริง เขาได้บริษัทกลับคืนมาแล้ว

“ขอบคุณมากค่ะ”

“ไม่ต้องมาขอบคุณผมหรอก เพราะมันคือการซื้อขาย ผมซื้อคุณเอาไว้บริการ ลุกขึ้นสิ มากับผม” ปวริศขยับตัวลุกขึ้นเผลอเพียงแค่ชั่วพริบตา เขาก็มายืนประกบอยู่ข้างตัวของวิชิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้

“ไปไหนเหรอคะ?” วิชิตาเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง มือน้อยๆ ของเธอยังกำแฟ้มเอกสารเอาไว้มั่น

“ผมจะพาคุณไปกับผมไง คุณเป็นของผมแล้วจำข้อตกลงได้ไหม?” ปวริศประกาศเสียงดังฟังชัด ทวงสิทธิ์ที่พึงมีทันที

“จะ…จำได้ค่ะ แต่ขอให้ฉันจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก่อนได้ไหมคะ?” วิชิตาต่อรองเสียงสั่น ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้ๆ เธอแบบนี้หญิงสาวก็ยิ่งเริ่มทำตัวไม่ถูก ปวริศจะไม่ให้เธอได้หายใจเลยอย่างนั้นเหรอ เขาจะหน้าเลือดไปหน่อยไหมที่จะทวงสิทธิ์ของเขาตั้งแต่ตอนนี้

“ผมจะให้คนจัดการเรื่องพวกนี้ให้ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คุณมากับผม” ปวริศกระชากแฟ้มที่วิชิตาถือเอาไว้ในมือแล้วโยนลงไปบนโต๊ะ ฉุดแขนของเธอขึ้นมาอย่างเร็ว

“เดี๋ยวสิคุณ ปล่อยนะฉันเจ็บ!” วิชิตาโอดครวญ รู้สึกทั้งตกใจทั้งโกรธกับกิริยาท่าทางของปวริศ เขาซื้อเธอแล้วก็จริง แต่จะพูดจาปฏิบัติตัวให้ดีกว่านี้หน่อยได้ไหม เขาเห็นเธอไม่ใช่คนใช่ไหม

“ชักช้าเรื่องมาก งั้นผมจะทำตรงนี้แล้วกัน” ปวริศกระชากร่างของวิชิตาให้เข้ามาหา พลิกตัวของหญิงสาวให้หันหลังให้คว้าหมับเข้าที่สองเต้าอวบใหญ่ที่อยู่ในร่มผ้าแล้วขยำคลึงอย่างจาบจ้วงไม่เกรงใจ

“ยะ…อย่านะ เดี๋ยวสิ…” วิชิตาประท้วงด้วยความตกใจ ดวงหน้าแสนสวยซีดเผือด เมื่อเจอเข้าไปกับความห่ามระห่ำของปวริศ

ปวริศไม่สนใจต่อเสียงร้องห้าม ชายหนุ่มซุกหน้าเข้าไปไซ้ที่ซอกคอขาวๆ แลบลิ้นเลียตวัดไปมาจนวิชิตาต้องห่อคอเอาไว้ด้วยความเสียวที่เกิดขึ้น

“อย่า…อย่านะคะ”

ปวริศไม่เพียงไม่หยุดแต่กลับเลียหนักขึ้น กระชากรั้งเอวบางเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างก็บีบขยำที่เต้าอย่างแรงจนวิชิตาสะดุ้งร้องโอดครวญ

“อย่ามาต่อรองกับผม หมดเวลาที่จะคุยแล้ว ต่อไปนี้ผมจะทวงสิทธิ์อย่างเดียว” ปวริศเลียซอกคอขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วกระชากตัวของวิชิตาให้หันมาหาเขา ประกบปากลงไปแทรกลิ้นเข้าไปในเรียวปากสีชมพูอย่างดุดัน มือหนาขยำเต้างามแรงขึ้นเรื่อยๆ จนวิชิตาทนไม่ไหวร้องครางเสียงสั่น แต่เสียงเหล่านั้นก็ไม่เล็ดลอดออกมาเพราะถูกประกบปากเอาไว้อย่างแน่นหนา

ปวริศโอบอุ้มยกตัวของวิชิตาวางลงไปที่ขอบโต๊ะแล้วปลดกระดุมกางเกงของเขาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแก่นกายที่ผงาดพองโต คว้ามือน้อยๆ ให้จับเอาไว้ พอวิชิตาทำหน้าเบ้ เหมือนจะชักมือออก เขาก็กดเอาไว้แน่น สบตากับเธอด้วยประกายตาที่แข็งกร้าว ถอนปากออกมาจากกลีบปากที่บอบช้ำ

“จับ!”

สิ้นเสียงของปวริศ ชายหนุ่มก็กระชากเสื้อของวิชิตาออกจนกระดุมหลุดกระเด็นไปที่พื้น ตามด้วยเสื้อชั้นในที่ถูกเขาเขวี้ยงไปไกล

“คุณ…” วิชิตาตะลึงกับพฤติกรรมของปวริศ ก่อนที่จะกรีดร้องดังลั่นด้วยความตกใจ

ปวริศไม่พูดไม่จาโอบเอวของวิชิตาเข้ามาหา แล้วก้มหน้าลงไปฟัดเต้าอวบอิ่ม อ้าปากกัดขย้ำเข้าไปอย่างแรง ดูดเข้าไปทั้งยวงจนเนื้อสาวเป็นรอยแดงขึ้นมาอย่างน่ากลัว นอกไปจากนั้นก็ยังจับข้อมือของวิชิตาเอาไว้มั่น บังคับให้เธอจับแก่นกายของเขา ไม่ยอมให้ปล่อยมือให้เป็นอิสระ ตามด้วยมืออีกข้างหนึ่งที่กระชากรูดกางเกงชั้นในของวิชิตาลงมาจากเรียวขา นิ้วเรียวย้อนกลับไปแทรกสอดเข้าไปในร่องหลืบที่ฉ่ำเยิ้ม เกี่ยวกระตุกครูดไปทั่ว ชักเข้าชักออกอย่างรุนแรง

วิชิตากรีดร้องเสียงดัง หญิงสาวเริ่มนั่งอยู่ไม่ติดกับที่คลื่นสวาทที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงเริ่มทำให้หัวสมองของเธอหมุนคว้างไปหมดจนแทบไม่มีสติ

ปวริศฟัดหน้าอกดูดเต้าอวบอย่างหนัก นิ้วเรียวของเขาทำงานจนร่องสวาทชุ่มโชก สะโพกกลมกลึงเริ่มขยับเคลื่อนย้ายไปมา ยิ่งเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็ยิ่งกระแทกใส่เข้าไปมากขึ้น จนวิชิตาเริ่มขยำผมดกดำของเขาเพื่อคลายความเสียว ยิ่งเป็นเช่นนั้นปวริศก็ยิ่งดูดหน้าอกหน้าใจอย่างรุนแรงขึ้น ดูดยอดถันไล้ระรัวจนแข็งขึ้นเป็นไต จนท้ายที่สุดร่างบอบบางก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง น้ำสวาทไหลเยิ้มจนเปื้อนหน้าขา เคลือบไปทั่วนิ้วเรียวของเขาที่ฝังตัวอยู่ข้างใน

วิชิตาหายใจแทบไม่ทันกับการโจมตีของปวริศที่ดุเดือดร้อนพล่านขนาดนี้ ใจน้อยๆ เต้นระรัว ตาพร่าเบลอ มองอะไรแทบไม่เห็น ได้แต่โน้มตัวไปข้างหน้า เกาะบ่าของเขาเอาไว้เป็นที่ยึด หอบหายใจกระเส่าเหมือนกับกำลังจะเป็นลมไม่ได้สติ

ปวริศหยุดกัดปทุมถันอวบอิ่ม ปล่อยให้ยอดถันที่แดงเถือกบวมเป่งได้เป็นอิสระ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับวิชิตาอย่างท้าทาย กระตุกปากยิ้มนิดๆ ยามที่เขาขยับนิ้วแล้วทำให้สีหน้าแสนสวยของวิชิตาเปลี่ยนไป ค่อยๆ ถอดนิ้วถอนออกมาจากร่องหลืบที่เปียกเยิ้มอย่างช้าๆ ก่อนยกขึ้นมาใส่ปากดูดกลืนเข้าไปต่อหน้าของวิชิตาที่ตอนนี้แดงจัด

“น้ำหวานดีนี่ ผมเป็นคนแรกที่เคยชิมหรือเปล่า หรือว่าเคยยกให้ใครกินมาแล้ว?” ปวริศดึงนิ้วออกจากปากของเขา แล้วสอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบของวิชิตาอีกครั้งหนึ่ง คว้านไปคว้านมาพอวิชิตาเริ่มสั่นขึ้นมา เขาก็ดึงออกแล้วเอาขึ้นมาดูดอีกครั้ง

“ไม่ตอบอย่างนั้นเหรอ อย่างนี้คงต้องสำรวจเองว่ามีใครเปิดใช้หรือยัง” ปวริศพูดจบก็จับขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาบนโต๊ะทำงานของเขา พับงอเข่าและจับแบะออกกว้างจนเผยให้เห็นกลีบกุหลาบอวดความสวยเต่งตึงอยู่ตรงหน้า ก่อนจะก้มหน้าลงไปตรงหว่างขา แลบลิ้นตวัดไล้เลียอย่างดุเดือดจนร่างของวิชิตาสั่นพล่านกระตุกอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสนามสวาทจนไฟแทบลุก

“อยากเป็นนางบำเรอของผมไม่ใช่เหรอ ผมให้หุ้นคืน แต่ผมจะเอาคืนจากคุณทุกอย่าง จำไว้ทุกอย่างนับจากวันนี้เป็นต้นไป!” ปวริศผงกศีรษะขึ้นมาประกาศ ก่อนจะก้มลงไปส่งลิ้นชำแรกแทรกเข้าไปในร่องสวาท ทั้งเลียทั้งตวัดปลายลิ้นไปทั่วอย่างเร่าร้อน กัดขย้ำที่กิ่งเกสรที่แหลมยื่นชี้ออกมา ไล้เลียไปที่ละกลีบทีละใบ เขาจะตักตวงให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไป ไม่มีวันที่เขาจะยอมเสียเปรียบ ไม่มีวันอีกแล้ว

ส่งตอนสี่ของหัวใจทาสค่ะ วันแรกของหนูวุ้นกับการเป็นนางบำเรอของคุณพีท ท่าทางจะไม่ไหวเสียแล้ว เมย์ฝากด้วยนะคะสำหรับเรื่องใหม่ของเมย์ ขอเม้นเป็นกำลังใจด้วยจ้าสาวๆ

ปล. สาวๆ คะ หลังอ่านนิยายกันจบตอนแล้วอย่าลืมเสียสละเวลากันคนละนิดเม้นให้กำลังใจนักเขียนหลังอ่านกันบ้างนะคะ เพื่อที่พวกเขาและเธอจะได้มาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ กันต่อไป และจะทำให้สาวๆ มีกำลังใจมาอัพนิยายตอนต่อไปเร็วขึ้นด้วยค่ะ

แอดมิน

เลิฟ การ์เด้น พับลิชชิ่ง

Comments 8

  1. โอ้วววว คุณพีทกระหน่ำของที่เพิ่งซื้อมามาก หนูวุ้นเละสมชื่อจริงๆ

Leave a Reply