บทที่ 4

 

“ผึ้งๆ ได้เวลาตื่นแล้วจ้า เดี๋ยวไปไม่ทันนะ” จินต์ศุจีเคาะประตูอยู่หน้าห้องของกชกร ตั้งใจมาปลุกให้หญิงสาวตื่น เพราะเมื่อคืนคุยกันอยู่ถึงดึกดื่น จึงเกรงว่ากชกรจะไม่ตื่น หรือไม่ก็ตื่นสายไปทำงานไม่ทันวันแรก ถ้าเป็นเช่นนั้นชัชวินจะดุเอาได้เพราะเขายิ่งเป็นคนเอาเรื่องอยู่และให้ความสำคัญกับการตรงเวลาเป็นอย่างมาก

กชกรพลิกตัวไปมาก่อนที่จะกระโดดลงไปยืนที่หน้าเตียงด้วยความตกใจ วิ่งไปเปิดประตูหน้าห้องพักอย่างรวดเร็ว

“พี่จี ขอบคุณมากเลยค่ะ ถ้าไม่ได้พี่มาปลุกผึ้งตายแน่ๆ”

“ไม่เป็นไรจ้า เดี๋ยวพี่จีไปเตรียมข้าวกล่องไว้ให้นะ จะได้ทานตอนกลางวัน” จินต์ศุจียิ้มหวานให้กับกชกร หมุนตัวกลับแล้วเดินไปที่ห้องครัว

กชกรวิ่งกลับเข้าไปในห้อง คว้าข้าวของอย่างลวกๆ วิ่งออกมาแล้วปิดประตูห้องพัก วิ่งตรงไปยังห้องน้ำ เพื่อจัดการกับตัวเอง ในขณะที่จินต์ศุจีง่วนอยู่ที่หน้าเตาเพื่อเตรียมทำอาหารกลางวันใส่กล่องให้กับกชกร ระหว่างที่กำลังเตรียมอาหารอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น จินต์ศุจีคว้าขึ้นมารับโดยไม่ได้มองว่าใครโทรมา

“พี่จีหรือครับ กรพูดนะครับ” อชกรกรอกเสียงมาตามสายด้วยความยินดี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโทรแล้วมีคนรับสายปลายทาง

“กร…เอ่อ… พี่จี…เอ่อ” จินต์ศุจีตะกุกตะกักไปทันที เพราะไม่คาดฝันว่าอชกรจะโทรมาหา นึกว่าชายหนุ่มโกรธมากจนไม่อยากจะพูดกับเธออีกต่อไป หญิงสาวยังจำเวลาช่วงสุดท้ายที่เจอกันได้ดี อชกรแขนเจ็บเพราะช่วยเหลือพี่สะใภ้จากการถูกรถชน ซึ่งก็คือ อัญชิสา จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลที่ชะอำที่เธอประจำอยู่ในตอนนั้น นั่นถือเป็นการพบหน้ากันอีกครั้งโดยบังเอิญ หลังจากที่เธอได้เพียรพยายามติดต่อเขาแทบตาย แต่เขากลับหายการติดต่อไปตั้งแต่รู้ว่าเธอจะหมั้น  ในครั้งนั้นมิตรภาพระหว่างเธอและเขาเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อเธอย้ายกลับมาประจำที่กรุงเทพฯ อชกรก็ยังคงแวะเวียนมาไม่ขาดสายจนเธอคิดว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น เธอยังจำเหตุการณ์ในคืนนั้นได้ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งอาทิตย์ก่อนการแต่งงานจะเริ่มขึ้น อชกรเคาะประตูห้องพักของเธอ เสื้อผ้าของชายหนุ่มเปียกปอนน้ำฝนตั้งแต่หัวจรดเท้า นัยน์ตาแดงก่ำ ยืนก้มหน้ามองพื้น เธอเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาข้างใน ก่อนที่จะใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้ เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะจับไข้เป็นหวัด

“เปียกเป็นลูกนกมาเลยกร มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่รอจนฝนหยุดตกก่อนแล้วค่อยมา” จินต์ศุจีพูดในขณะที่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมของอชกรอย่างเบามือ

อชกรนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา จินต์ศุจีเห็นเขาเปียกปอนมากจึงตัดสินใจจะไปหาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน

“พี่จีว่า กรถอดเสื้อออกเถอะเดี๋ยวเป็นปอดบวม พี่จีจะเอาเสื้อผ้ากรไปซักและปั่นแห้งให้ เดี๋ยวพี่จีไปหาอะไรให้กรใส่ไปพลางๆ ก่อน” จินต์ศุจีกล่าวเสร็จก็ขยับตัวเดินตรงไปยังห้องน้ำ

อชกรลุกขึ้นอย่างฉับพลันเดินตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มคว้าหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ดันร่างบางไปติดกำแพง ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหน้านวลในระยะประชิด เสียงหัวใจเต้นแรงเหมือนจะออกมานอกอก

“กร… เป็น… อะไร” จินต์ศุจีถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นอาการของอชกร

“ผมอยากจะถามพี่จีว่า พี่จีคิดว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน?” อชกรถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เขาเกือบหยุดหายใจ ในขณะที่รอฟังคำตอบจากปากหญิงสาวในอ้อมกอด

“กร ก็รู้ว่าใครๆ เขาก็คิดว่าเราสามคนเป็นพี่น้องกัน” จินต์ศุจีตอบตามความเป็นจริง คนรอบข้างทุกคนล้วนคิดว่า เธอ อินทร และอชกรเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ด้วยความที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกันและสนิทกันมาก

“ผมถามพี่จีครับ ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่ผมอยากได้คำตอบจากปากพี่จีเดี๋ยวนี้แล้วก็วันนี้ด้วย” อชกรพูดออกมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ใจเขานั้นร้อนรุ่มเป็นไฟ เขาไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว

“กรก็เป็นน้องพี่คนหนึ่งไง ไม่มีอะไร” จินต์ศุจีตอบ แต่ตามองอชกรไม่กะพริบ อชกรไม่เคยมีกิริยาอาการเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเดาใจไม่ถูกเลย

“พี่จีแน่ใจหรือครับ ว่าเรื่องระหว่างพวกเรามันไม่มีอะไร?” อชกรเอ่ยขึ้น จู่โจมก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จินต์ศุจีขยับไปไหนไม่ได้ ถูกล้อมไว้ในวงแขนของอชกรมือของชายหนุ่มยันไปที่กำแพงทั้งสองข้าง หลังของเธอติดกับกำแพงจนเหมือนว่ามันจะฝังตัวแทรกลงไปในเนื้อปูนซีเมนต์ ปากของหญิงสาวสั่นระริก สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด

“แน่…ใจ…กร มัน…. เอ่อ… มัน…ไม่มีอะไร” อชกรเลิกคิ้วเป็นเชิงให้โอกาสครั้งสุดท้ายแก่หญิงสาวตรงหน้า ก่อนจรดริมฝีปากบางหยักได้รูปของเขาเข้ากับริมฝีปากอิ่มอย่างรวดเร็ว ลำตัวของชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้แนบชิดจนเสมือนจะแนบให้เป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจร้อนผ่าวรดบนใบหน้านวล เสียงหัวใจเต้นเร็วรัวจนเหมือนจะหลุดออกมานอกร่าง ปากร้อนดุจเพลิงโหมกระหน่ำบดขยี้อย่างเร่าร้อน จินต์ศุจีอ่อนยวบ แข้งขาไม่มีแรง ประจุกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วกาย มือน้อยที่ยันอกชายหนุ่มให้ออกห่างกลับกลายเป็นลูบไล้หน้าอกอย่างแผ่วเบาผ่านเสื้อเชิ้ตเปียกปอนด้วยน้ำฝนโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ธรรมชาติจะตอบสนอง เชื้อเชิญทำการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความหวานฉ่ำของดอกไม้แรกแย้ม อชกรจูบเธอเนิ่นนาน ก่อนที่จะค่อยๆ ถอนริมฝีปากอย่างช้าๆ มองไปที่คนดื้อซึ่งยังหลับตาปรือ ปากบวมเจ่อเพราะฤทธิ์จูบของเขา ย้อนไปขบกัดริมฝีปากล่างนั้นเบาๆ เพื่อให้รู้สึกตัว

“พี่จี ปากแข็ง”

จินต์ศุจีลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวสมองยังคงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขา แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมา อชกรก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

“พี่จี ทำผมเจ็บรู้ตัวไหมครับ”

จินต์ศุจีอึ้งทำอะไรไม่ถูก มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่ได้ยินเสียงประตูห้องปิด พร้อมกับการจากไปอย่างรวดเร็วของอชกร และนั่นก็เป็นครั้งก่อนสุดท้ายที่ได้เธอได้เจอกับเขา จนกระทั่งวันนี้ที่เธอได้รับโทรศัพท์จากอชกรโดยไม่ได้คาดคิด

“พี่จีอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง แล้วมันเกิดอะไรขึ้น” อชกรยิงคำถามเป็นชุด

“เอ่อ…พี่จี…เอ่อ กรถามทำไมเหรอ?” จินต์ศุจีอึกอัก เธอไม่กล้าบอกความจริงเพราะติดด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ อีกทั้งสังคมรอบข้างจะคิดกันอย่างไร

“ผมอยากไปหาพี่จี ผม…” แต่ก่อนที่อชกรจะได้พูดจนจบประโยคเขาก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มเอ่ยเรียกจินต์ศุจีมาตามสาย ทำให้อึ้งยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ในเวลาเช้าตรู่ขนาดนี้ผู้ชายคนนั้นเป็นใครถึงได้อยู่ที่นั่นกับจินต์ศุจี

“กร พี่ต้องไปก่อนนะ ไว้คุยกันวันหลัง” จินต์ศุจีตัดสายอย่างรวดเร็ว แล้วหันกลับมาหาชายหนุ่มที่เรียกชื่อเธอ

“พ่อเลี้ยงชัช”

“ขอโทษนะครับบังเอิญคนงานปวดท้องตอนดึกจนถึงรุ่งเช้า รบกวนคุณจีไปดูให้หน่อยได้ไหมครับ ผมจะให้คนงานผู้หญิงไปเป็นเพื่อน ผมคงไม่สะดวกไปด้วยรู้สึกจะเป็นปัญหาของผู้หญิง” ชัชวินเอ่ยขึ้น

“ได้ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ พ่อเลี้ยงคะ รบกวนเอากล่องข้าวกลางวันนี้ให้ผึ้งหน่อยค่ะ จีคงให้เองไม่ได้แล้ว ขอบคุณค่ะ” จินต์ศุจียัดกล่องข้างกลางวันของผึ้งใส่ในมือของชัชวิน แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปสมทบกับคนงานหญิงที่รออยู่ทางด้านล่างของเรือนพัก

ชัชวินถือข้าวกล่องไว้ในมือ เดินมุ่งตรงไปยังห้องพักของผึ้ง แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องน้ำ

“พี่จีหรือคะ พี่จีช่วยหยิบผ้าขนหนูให้ผึ้งหน่อยได้ไหมคะ ผึ้งลืมหยิบเข้ามานะคะ” กชกรเอ่ยขึ้นเธอเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าด้วยความรีบร้อนกลัวจะสายทำให้เธอหยิบของออกมาไม่ครบ เสียงฝีเท้าหายไปสักพักหนึ่งก่อนที่จะกลับมาแล้วหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ กชกรเปิดแง้มประตูออกมาก็เห็นผ้าขนหนูสีขาวจึงรีบรับมาแล้วกล่าวขอบคุณ กชกรเอาไปพันไว้รอบตัว แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ตามลำตัวของหญิงสาวยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ทั่วตัว ผมเปียกลู่ไปกับศีรษะ เผยให้เห็นช่วงไหล่เปล่าเปลือย เนินเนื้อหน้าอกที่ขาวนวล รวมไปถึงช่วงขาขาวเรียวยาว

ชัชวินอึ้งกับภาพตรงหน้า เขาเสหันไปมองที่อื่น ในขณะที่กชกรหน้าซีดไม่มีสีเลือดเพราะเธอนึกว่าเธอพูดอยู่กับจินต์ศุจีไม่ใช่เขา

“พอดีคุณจีไปดูคนงานที่ป่วยผมก็เลยเอาผ้าขนหนูมาให้คุณเอง” ชายหนุ่มอธิบาย

กชกรได้แต่พยักหน้า พร้อมทั้งก้าวเท้ายาวๆ กะจะไปให้พ้นหน้าเขาเร็วๆ เพราะเธออายเหลือเกินจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ยังเปียกปอนอยู่ทั้งตัว อีกทั้งพื้นบ้านเป็นพื้นไม้สักขัดเงาอย่างดี หญิงสาวจึงลื่นไถลไปข้างหน้าจนหน้าเกือบคะมำ

“ว้าย คุณพระช่วย”

มือหนาแข็งแรงโอบกอดคว้าเข้าที่เอวของหญิงสาวจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยพยุงกชกรให้ทรงตัวขึ้น หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เมื่อสัมผัสนั้นมันใกล้ชิดจนขาเริ่มสั่น พยายามขยับตัวให้เป็นอิสระจากการเกาะกุมแนบแน่นที่ทำให้เธอร้อนผ่าว แต่เพราะความรีบร้อนทำให้ผ้าขนหนูเกี่ยวติดกับนิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่ม เกือบหล่นลงไปกองที่พื้น คราวนี้กชกรกรีดร้องลั่นเสียงดังสนั่นด้วยความตกใจ จนแก้วหูของชัชวินสั่นไม่ได้ยินอะไรไปชั่วขณะ หญิงสาวรีบคว้าผ้าขนหนูขึ้นก่อนจับมัดอย่างแน่นหนาแล้ววิ่งหนีเข้าห้องไป ปล่อยให้ชัชวินยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียว เมื่อวิ่งหนีเข้ามาได้ในห้อง กชกรปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา พลางคิดในใจว่าโชคดีที่เธอหันหลังให้กับเขา อย่างดีเขาก็คงเห็นแค่แผ่นหลังของเธอเท่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็ กชกรไม่อยากจะคิดว่าถ้าเป็นด้านหน้าที่เขาได้เห็นแล้ว เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน

“ความรักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันทำให้หัวใจสั่นหวั่นไหว และทำให้สมองรู้สึกยุ่งยาก”

“Love is a thing that can’t be explained. It tickled the heart and trouble the brain.”

By Saimai

กรจะรู้ไหมนะว่าพี่จีที่ตามหานั้นกำลังอยู่ในไร่อุ่นรักที่เขากำลังเดินทางไปนั่นแหละ ส่วนพ่อเลี้ยงชัชจะจำได้ไหมว่าผึ้งเป็นใคร? ต้องติดตามกันต่อตอนหน้าค่ะ สำหรับคนที่ต้องการภาคแรกของเรื่องนี้ เส้นรุ้งที่ขอบฟ้า (ฉบับปรับปรุงใหม่) ติดต่อได้ที่เพจเลิฟ การ์เด้นนะคะ หรือร้านค้าออนไลน์ในแบบรูปเล่มหรือดาวน์โหลดในแบบ ebook ได้ตามเว็บต่างๆ ค่ะ ส่วนภาคสอง สามีฉุกเฉินอยู่ในขั้นตอนการอีดิทนะคะ ออกมาเป็นรูปเล่มเมื่อไหร่จะประกาศให้ทราบค่ะ

ปล. สาวๆ คะ อย่าลืมแวะพูดคุยหรือเม้นให้กำลังใจนักเขียนหลังอ่านนะคะ เพื่อที่พวกเขาและเธอจะได้มาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ กันต่อไป และจะทำให้สาวๆ มีกำลังใจมาอัพนิยายตอนต่อไปเร็วขึ้นด้วยค่ะ อย่าปล่อยให้นักเขียนเสียกำลังใจนะคะ

แอดมิน

เลิฟ การ์เด้น พับลิชชิ่ง

Comments 1

Leave a Reply