1. คืนแรก

ตึกสูงใหญ่ระฟ้าในมหานครที่สับสนวุ่นวาย ภายในห้องประชุมชนกานต์กำลังยืนอธิบายรายละเอียดต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาที่นั่งฟังตาแแป๋วอยู่ในห้อง เพื่อให้เข้าใจตรงกันถึงหลักการตลาดและการขายในไตรมาสต่อไป จะได้ทำให้ยอดขายของบริษัทดีขึ้นตามที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้

“ใครมีคำถามอะไรมั๊ยคะ? ถ้าไม่มีก็ทำตามนี่แล้วกันนะคะ เลิกประชุมแยกย้ายกันไปได้ค่ะ อย่าลืมว่าการกระทำทุกอย่างจะมีผลต่อเนื่องกับภาพพจน์และกำไรของบริษัท ทำอะไรให้คิดไตร่ตรองให้ดีด้วย อย่าให้พลาดค่ะ” ชนกานต์เอ่ยทิ้งท้าย มองดูผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอที่ทยอยเดินกันออกไปจากห้องประชุมทีละคนสองด้วยสายตาดุๆจริงจังและเข้มงวด จนกระทั่งลูกน้องของเธอแต่ละคนหวาดผวาไปตามๆกัน ไม่มีใครกล้าเถียงหรือกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตาหญิงสาวทั้งนั้น มีแต่ก้มหน้าก้มตาเดินออกไปให้พ้นๆจากห้องประชุมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หญิงสาวเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดและการขายในบริษัทชั้นน้ำในวงการธุรกิจชื่อเสียงโด่งดังคับฟ้า ส่วนตัวชนกานต์เองก็ทำงานมีประสบการณ์ สะสมชื่อเสียงมาเป็นเวลานานจนเป็นที่นับหน้าถือตา

แรกเริ่มชนกานต์เข้ามาที่นี่ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน จนกระทั่งเรียนจบเรียบร้อยเธอก็ได้รับคัดเลือกให้เข้ามาทำงานที่นี่อย่างเต็มตัว ด้วยความอดทนอุตสาหะและขยันขันแข็งอดตาหลับขับตานอน ทำงานอย่างมุ่งมั่นบางครั้งก็หามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนเป็นวันๆ จนทำให้เธอเลื่อนตำแหน่งไต่เต้าขึ้นมาจนถึงระดับหัวหน้างานที่มีความรับผิดชอบมากมาย แต่ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตขนาดไหนก็ตาม ชนกานต์คิดว่าเธอมีความสามารถตามประสาผู้หญิงเก่งที่มั่นใจ หายใจเข้าหายใจออกเป็นงาน ชีวิตนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกแล้ว

ชนกานต์เป็นคนเคร่งครัดและมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังในการทำงานตั้งแต่ไหนแต่ไร จนเรียกได้ว่าบ้างาน ทำให้เธอไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว บัดนี้อายุก็ย่างใกล้เข้าเลขสามเข้าไปทุกที แต่เธอก็ยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน หรือจะขั้นเริ่มต้นที่ไปกินข้าวออกเดทกับเพศตรงข้ามนั้นก็ไม่เคยมีเป็นที่ปรากฏ แต่หญิงมั่นอย่างเธอก็ไม่สนใจเพราะถือว่าสวย หยิ่ง เริ่ด เชิด เก่ง ชนกานต์อยู่ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายให้ยุ่งยาก ชีวิตนี้เธอจะไม่ง้อผู้ชายเด็ดขาด ก็จะเอามาทำไมให้เกะกะในเมื่อเธอทำได้เองทุกอย่าง

หญิงสาวเดินออกจากที่ทำงานในตอนพลบค่ำก้าวเข้าไปในรถเก๋งหรูหรา แล้วขับรถออกไปอย่างสบายอารมณ์ต้องการตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอมักแวะไปพักผ่อนยามเลิกงานตามประสาสาวโสดเป็นประจำ

เมื่อไปถึงชนกานต์ก็โยนกุญแจให้กับชายหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้า ส่วนตัวเธอเดินเข้าไปด้านในเพื่อเต้นรำอย่างสนุกสนาน ลืมเรื่องงานการที่เคร่งเครียดมาทั้งวัน ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างเต็มที่ไปตามท่วงทำนองและจังหวะดนตรีที่ระทึกเร้าใจ กว่าที่ชนกานต์จะก้าวเดินออกมาจากสถานบันเทิงเธอก็เมาจัดจนแทบจะคุมตัวเองไม่ได้ วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีที่ชนกานต์ดื่มมากเป็นพิเศษเพราะครึ้มอกครึ้มใจ ที่ผลงานประเมินกำไรในช่วงต้นปีออกมาได้ผลดีเกิดกว่าที่เธอคาดหวังเอาไว้มากนัก เธอจึงดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ก้าวหน้า

“ทำไมประตูมันไม่เปิดล่ะเนี่ย” ชนกานต์บ่นอุบ พยายามจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งไม่รู้กี่รอบ แต่ก็เปิดไม่ได้สักที จนกระทั่งหญิงสาวทนไม่ไหวเดินโซซัดโซเซไปโวยวายเอาให้กับชายหนุ่มรุ่นน้องที่ดูแลรถของสถานบันเทิงที่เธอโยนกุญแจรถให้เขาเอาไปจอดตั้งแต่แรก

“นี่น้อง! คืนกุญแจให้ผิดอันหรือเปล่าคะ?”

“คุณเมามากแล้วนะครับ ผมว่าผมเรียกแท็กซี่ให้ดีกว่าไหมครับ สมัยนี้เมาเหล้าไม่ควรขับรถ มันเป็นอันตรายกับตัวคุณเองและคนอื่นที่ใช้ท้องถนน” ชายหนุ่มเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบสนิท มองกวาดไปที่ชนกานต์ที่ยืนโงนเงนทรงตัวแทบไม่อยู่ น้ำเสียงที่เขาใช้ค่อนข้างนิ่งและดูเคร่งขรึมมากกว่าใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เหมือนเด็กหนุ่มเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ

“ไม่เมา! ว่าไงล่ะถามยังไม่ตอบเลย คืนกุญแจให้ผิดอันหรือเปล่า หรือว่าไปทำอะไรกับกุญแจดอกนี้มันถึงเปิดไม่ได้” ชนกานต์ตอบโต้เสียงดัง มองชายหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่เข้าใจว่าเด็กที่ดูแลลานจอดรถของสถานบันเทิงอย่างเขาจะมาต่อล้อต่อเถียงวุ่นวายอะไรกับแขกอย่างเธอ อีกอย่างเธอเหมือนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน เพิ่งมาทำงานใช่ไหมถึงได้ไม่รู้จักมารยาทว่าควรจะคุยกับแขกอย่างไร

“กุญแจดอกเดิมครับ ดอกเดียวกับที่ให้มาตั้งแต่แรก แต่ถ้าเปิดรถไม่ได้อันนี้ต้องถามตัวคุณเองนะครับ ว่าสมองตอนนี้ใช้ก้อนเดิมกับตอนที่เดินเข้ามาที่นี่หรือเปล่า หรือว่าเมาจัดจนสมองตกหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้” ชายหนุ่มตอกกลับหน้าตาย

“นี่กล้าว่าฉันอย่างนั้นเหรอ?” ชนกานต์ปรี่เข้าไปหาหนุ่มหน้าหยกที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธ แต่แล้วหมัดที่เขวี้ยงออกไปตั้งใจจะตะบันหน้าเขาก็เฉี่ยววืดชกลมไม่โดนใบหน้าหล่อเหลาคมคมคายแม้แต่น้อย ทั้งที่ชายหนุ่มไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน หนำซ้ำยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่อาละวาดเขวี้ยงหมัดออกไป ชนกานต์ก็เสียหลักจนเกือบจะคะมำร่วงหล่นลงไปกับพื้น แต่ได้เขาอีกนั่นแหละที่ถลาเข้ามาประคองโอบเอวของเธอเอาไว้ได้

แต่ทันทีที่แขนกำยำแข็งแรงเกี่ยวรัดตวัดเอวบางเอาไว้แน่น ช่วยพยุงทรงตัวไม่ให้เธอเสียหลัก ชนกานต์ก็ร้องโวยวายเสียงดังแปดหลอดขึ้นมาทันที

“ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย ไอ้คนฉวยโอกาส”

เสียงทรงอำนาจที่ชนกานต์ใช้บ่อยๆกับลูกน้องที่ทำงานเวลาที่เธอโมโหหรือลูกน้องทำงานผิดพลาดใช้ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะชายหนุ่มปล่อยเธอให้เป็นอิสระแทบจะทันที แต่ปัญหาที่ตามมามากกว่าที่ทำให้เธอโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย ทำไมผู้ชายสมัยนี้ถึงได้เป็นแบบนี้”

“คุณตะโกนแหกปากเสียงดังจนแสบแก้วหูให้ผมปล่อยเองนะครับ ผมก็เลยปล่อยไม่คิดว่าคุณจะไม่มีแรงแม้กระทั่งจะยืนให้ตรง ถ้าคุณยืนยันบอกว่าไม่เมา แต่ถ้าเข่าอ่อนแบบนี้ อย่าบอกนะครับว่าเป็นเพราะว่า…” ชายหนุ่มหน้าหยกเอ่ยขึ้นแล้วทิ้งค้างเอาไว้อย่างนั้น กวาดตามองร่างของชนกานต์ที่ลงไปกองกับพื้น ท่าทางเหมือนหญิงสาวพยายามจะยันตัวลุกขึ้นมายืน แต่ก็ทุลักทุเล จนเขาอดใจอ่อนไม่ได้ยื่นมือขึ้นไปช่วยฉุดตัวขึ้นมาแต่เธอกลับปัดมือของเขาปฏิเสธไม่ยอมรับความช่วยเหลือที่หยิบยื่นให้

ชายหนุ่มชักมือกลับยืนกอดอกแน่น ประเมินชนกานต์ด้วยสายตาคู่คม ไม่ค่อยแน่ใจว่าเมื่อไหร่ที่ผู้หญิงอย่างชนกานต์จะรู้จักยอมรับว่าตัวเองผิด และเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีใครที่ถูกตลอด และถูกทุกเรื่องทุกคนย่อมทำผิดกันได้เสมอ ไม่ใช่หัวแข็ง ฟาดงวงฟาดงาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

“เพราะว่าอะไร? พูดออกมาให้หมดนะ จะพูดอะไร” ชนกานต์ยันตัวขึ้นมาจนได้ แม้ว่าเกือบจะล้มหัวฟาดพื้น แต่เธอก็วางฟอร์มเชิดหน้า จมูกโด่งเชิดรั้น สายตามองปราดไปที่ชายหนุ่มหน้าหยกอย่างไม่เป็นมิตร เหมือนกับแม่เสือดาวที่กำลังจะขย้ำเหยื่อตรงหน้า

“โตแล้วครับ ไม่ใช่สาวน้อย คนเราเข่าอ่อน ฟ้าเหลืองเพราะอะไรน่าจะเดาได้ หัดคิดเองบ้าง บริหารสมองเสียหน่อยไม่งั้นมันจะฝ่อเอา ตกลงจะเอาไงครับ จะกลับบ้านด้วยแท็กซี่มั๊ย หรือจะนอนกลางถนนตรงนี้? จะเอาอย่างไรก็เอา เพราะผมไม่มีเวลามายืนรอคำตอบทั้งคืน”

“ไม่กลับ ฉันจะขับรถของฉันกลับบ้าน ไม่เอาแท็กซี่” ชนกานต์ตบะแตกจะด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มมึนเมาหลายขนานที่ดื่มเข้าไป หรือจะเป็นที่ชายหนุ่มยั่วยวนกวนประสาทเธอก็มิทราบได้ รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ภายในของเธอนั้นเดือดปุดๆ กำลังจะกรีดร้องออกมาในไม่ช้านี้ถ้าเขาไม่ไปให้พ้นหูพ้นตาของเธอ

“ไม่เอาแท็กซี่ก็ไม่ต้องกลับ” ชายหนุ่มคว้ากุญแจที่ชนกานต์ถือเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ในมือ เมื่อได้มาแล้วก็หย่อนใส่กระเป๋ากางเกงต่อหน้าต่อตาของเธอซึ่งเมื่อหญิงสาวเห็นเข้าดังนั้น ชนกานต์ก็ถลาเข้าไปหา ตั้งใจแย่งกุญแจของเธอกลับคืนมา แต่ก็วืดเพราะเมาจัดคว้าผิดคว้าถูก กลับกลายเป็นเขาที่คว้าตัวของเธอเอาไว้โอบอุ้มขึ้นมา

“ปล่อยฉันลงนะ ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยหูแตกหรือไง” ชนกานต์โวยวายลั่น แหกปากเสียงดังถ้าเป็นเวลากลางวันแสกๆ คนคงมองกันเป็นตาเดียว แต่นี่เป็นเวลาดึกจัดผู้คนที่ออกมาจากสถานบันเทิงต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว จึงไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก อีกทั้งพวกเขาคงเข้าใจด้วยที่คนมักพูดว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา ชนกานต์เลยเข้าอยู่ในข่ายนี้ไปโดยปริยาย

ชายหนุ่มคนดังกล่าวเดินดุ่มๆไม่ฟังเสียงแจ๋วๆของชนกานต์ที่ดิ้นพล่านแหกปากอยู่บนไหล่ของเขา จัดการพาเธอไปจนถึงที่รถของเขาจนได้ ก่อนที่จะยัดตัวของหญิงสาวเข้าไป เมื่อเห็นชนกานต์หลับไปแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ จะได้จัดการง่ายหน่อย หูของเขาจะได้ไม่หนวกก่อนวัยอันควร ผู้หญิงอะไรไม่รู้เสียงดังยิ่งกว่าโทรโข่งสิบตัว และตาถั่วเป็นบ้าเห็นเจ้าของกิจการไนท์คลับไฮโซหรูหราขนาดใหญ่อย่างเขาเป็นเด็กอยู่ในลานจอดรถได้อย่างไร มีตาหามีแววไม่จริงๆแม่คนนี้

ปณัยหรือชายหนุ่มหน้าหยกที่มีใบหน้าอ่อนวัยราวกับหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ แต่คงมีไม่กี่คนที่ทราบว่าเขาคือ เจ้าของกิจการโรงแรมและไนท์คลับขนาดใหญ่หรูหรา ทายาทจากตระกูลนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทยที่ดังคับฟ้า

เขาเพิ่งจะเรียนจบทางด้านธุรกิจกลับมาจากเมืองนอกด้วยดีกรีปริญญาโทเมื่อมีอายุได้เพียงยี่สิบเอ็ดย่างยี่สิบสองเท่านั้น ด้วยความที่เรียนไวกว่าคนอื่นในรุ่น ทำให้ปณัยมีความรับผิดชอบสูงและมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว นอกไปจากนั้นแล้วการเป็นทายาทของตระกูลที่ทำธุรกิจมาช้านาน จึงยิ่งทำให้ชายหนุ่มต้องแบกภาระกิจการทุกอย่างของครอบครัวทันที เพราะว่าบิดาและมารดาของเขาอยากจะเกษียณก่อนกำหนดจนทนแทบไม่ไหว ปณัยจึงเป็นคนเข้ามารับผิดชอบทุกอย่างมาเป็นเวลาหลายปี

วันนี้เป็นวันที่เขาออกมาสำรวจตลาดและตรวจสภาพว่าสถานบันเทิงเป็นอย่างไรบ้าง ควรจะปรับปรุงตรงไหนเพื่อให้ทันสมัยและเหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอและรบราลับฝีปากกับแม่เสือสาวอย่างชนกานต์ ที่ตาถั่วเห็นนักธุรกิจอย่างเขาเป็นเด็กในลานจอดรถไม่พอ แถมท่าทางจะบ้าอำนาจพูดไม่รู้เรื่องเสียด้วย นี่คงเป็นนิสัยส่วนใหญ่ของผู้หญิงเก่งในยุคปัจจุบันที่คิดว่าตัวเองไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายล่ะสิ

ปณัยอุ้มชนกานต์เข้าไปในคอนโดขนาดใหญ่หรูหรา เพราะไม่ทราบว่าจะเอาเธอไปไว้ที่ไหน บอกให้เรียกแท็กซี่กลับบ้านก็ไม่เอา พูดยากพูดเย็น ตอนนี้สลบไม่รู้เรื่อง นี่ถ้าไปสลบเหมือดแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายคนอื่น คงถูกลากไปทำมิดีมิร้ายไปแล้ว โชคดีแค่ไหนที่เป็นเขา

ปณัยวางร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นที่ดูตอนนี้แล้วเหมือนจะไร้พิษสงของชนกานต์ไว้บนเตียงใหญ่หนานุ่มน่านอน จะเอาไปทิ้งไว้ที่โซฟาก็กระไรอยู่ เดี๋ยวจะนอนไม่สบาย แต่ว่าแล้วเขาจะมายืนคิดนั่งคิด เป็นห่วงแม่สาวสวยคนนี้ทำไมเนี่ย? เออจริงสิ แล้วเขาเอาเธอกลับคอนโดมาให้ยุ่งยากทำไมกัน แต่จะว่าไปขาเรียวขาวสวยนวลผ่อง แก้มฝาดระเรื่อปนชมพู จมูกโด่งเชิดรั้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักเอิบอิ่มน่า…

“เฮ้ย! นายณัย! แกคิดอะไรอยู่ ไม่ได้ๆ บ้าไปแล้ว” ปณัยรีบหันหลังกลับ ตั้งใจเดินออกไปจากห้องนอนของตัวเอง อยู่ดีๆก็เกิดร้อนวูบวาบขึ้นมา ไอ้บางอย่างในตัวของเขาที่หลับใหลมานานเพราะตรากตรำทำงานก็กลับซู่ซ่าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“นี่ก็เหมือนกันจะมาคึกอะไรตอนนี้” ปณัยรีบเอามือไปกดบางอย่างในตัวของเขาเอาไว้ เหลียวซ้ายมองขวาคิดว่า ถ้าไปอาบน้ำดับร้อนน่าจะช่วยได้ จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอน เปิดฝักบัวใช้น้ำเย็นจัดรดลงไปตามตัวจนสะดุ้งโหยงหนาวสั่นไปหมด

ปณัยอาบน้ำเสร็จก็ใช้ผ้าขนหนูพันกายออกมา แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้ว เขาก็เห็นว่าชนกานต์กำลังนั่งอยู่ทำท่าเหมือนจะอาเจียน ชายหนุ่มจึงรีบปราดเข้าไปหาด้วยความตกใจ

“นี่แม่คุณ อย่ามาอาเจียนใส่เตียงผมนะ อย่า บอกว่าอย่า!” ปณัยคว้าตัวของชนกานต์เอาไว้ได้ช้าไป หญิงสาวเริ่มขย้อนอาเจียนเรียบร้อย ทำให้เขาต้องรีบรวบหัวรวบตัวพากันเข้าไปในห้องน้ำชำระร่างกายอย่างเร่งด่วน

ปณัยไม่รู้จะทำอย่างไร ด้วยความตกใจอารามรีบร้อนคว้าตัวของชนกานต์เอาไว้ แล้วดึงทึ้งถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวออกจนหมดเหลือแต่ชุดชั้นใน เหลียวกลับไปคว้าฝักบัวตั้งใจจะเอามาล้างที่คอที่เปรอะเปื้อน แต่พอหันมาก็เห็นว่าชนกานต์ดันเอามือป่ายแปะไปทั่วตัวเละยิ่งกว่าเก่า ไม่ว่าจะเป็นเนินเนื้อหน้าอกที่เต่งตึงยั่วตา หน้าท้องแบนเรียบ และช่วงขาเรียวสวย สะโพกกลมกลึงเข้ากับเอวที่คอดกิ่ว

“เฮ้ย! ตั้งสมาธิ” ปณัยวอกแวกไปชั่วครู่เมื่อเห็นร่างสวยๆเนียนๆอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะตั้งสติอีกครั้งหนึ่ง เอื้อมมือไปด้านหลังของชนกานต์แล้วปลดชุดชั้นในตัวจิ๋วออก เผยให้ทรวงสล้าง ปทุมถันคู่สวยดันตัวออกมายั่วตาของเขาทันที และเมื่อยิ่งโดนความเย็นของสายน้ำที่ชุ่มฉ่ำ เม็ดบัวสีทับทิมก็แข็งตัวชูชันขึ้นมา จนเขาตาเบิกโพลงห้ามใจไม่ได้ที่จะชื่นชมความสวยที่อยู่ตรงหน้า

ใบหน้าที่ตอนนี้แทบไม่เหลือเครื่องบำรุงประทินผิวอยู่เลย เนียนนุ่มน่าสัมผัส ต้นคอระหงขาวนวลน่าซุกไซ้ฝังฝากสวาทที่ซอกเนินเหลือเกิน ไหล่กลมมน ท่อนแขนเรียวได้รูปกำลังดี และที่ขาดไม่ได้เลยที่ตรึงตาตรึงใจของเขาตั้งแต่แรกก็คือป้านสีชมพูระเรื่อบนเนินเนื้อคู่สล้างที่มียอดทับทิมสีสวยล่อตาล่อใจ ไล่ลงมาถึงเอวคอดกิ่ว สะโพกผายกลมมนที่มีกางเกงในตัวจิ๋วอยู่บนร่าง แต่ก็เปียกน้ำจนเห็นเนินเนื้อข้างใน

ปณัยตาลุกวาว หัวใจเต้นตึกตัก เลือดสูบฉีดไปทั่วกายกำยำ จนตอนนี้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปหมดทั้งร่าง สิ่งที่พยายามทำให้เย็นลงมาครึ่งคืนค่อนคืน เมื่อได้มาเห็นร่างยั่วยวนของแม่เสือดาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป คว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตามเนื้อตามตัวของชนกานต์ชำระล้างไปทั่วตัว ก่อนที่จะโผเข้าไปหาดุนตัวของชนกานต์ไปจนติดกำแพงห้องน้ำ ชะโงกหน้าลงไปประกบเรียวปากคู่อิ่ม ลิ้นสากร้อนดุนดันแทรกเข้าไปในโพรงปากดูดชิมความหวานภายในอย่างหิวกระหาย เนื้อกายแนบแน่นเสียดสีจนหยดน้ำที่เกาะติดตัวพร่างพรายแทบระเหยไปในพริบตาด้วยความร้อนฉ่าภายในที่เกิดขึ้น

ผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มด้านล่างของกายหนุ่มหลุดลงไปกองที่พื้นห้องน้ำ นิ้วเรียวยาวของเขาซุกซนกรีดไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง สอดเข้าไปที่ขอบกางเกงชั้นในและรูดมันลงไปตามเรียวขาอย่างช่ำชอง ริมฝีปากบดจนกลีบปากอิ่มช้ำ ตักตวงอย่างเต็มที่ด้วยจิตใจที่เตลิดเปิดเปิงกู่ไม่กลับ

Comments 5

  1. Nice post. I learn something more challenging on different blogs everyday. It will always be stimulating to read content from other writers and practice a little something from their store. I’d prefer to use some with the content on my blog whether you don’t mind. Natually I’ll give you a link on your web blog. Thanks for sharing.

Leave a Reply