บทที่ 5

  นราอรอาศัยที่อธิศกำลังเมาหลับอยู่ค้นหาไปรอบบ้านพักที่อยู่บนเกาะ แต่ถึงจะค้นทุกซอกทุกมุมเธอก็ไม่พบอะไรที่สำคัญอย่างที่นราอรต้องการและไม่มีอะไรทั้งนั้นที่จะโยงใยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับณิชา จนทำให้พิชชาอรเกิดความลังเลใจ ชักจะไม่แน่ใจมากขึ้นทุกทีว่าอธิศจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพี่สาวของเธอ บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่อยู่ผิดที่ผิดเวลาจริงๆ ก็ได้ อย่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พูดเช่นนั้นเช่นกันว่าเป็นคราวซวยของอธิศ แถมถ้าเขามีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ กับการหายไปของณิชา …

บทที่ 4

  อธิศพาพิชชาอรขึ้นเครื่องบินลงไปที่ภาคใต้ เมื่อลงจากเครื่องบินก็มีคนมารับทั้งเธอและเขาทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะขับเรือพาเธอออกทะเลไปโดยที่เขาจะไปไหนพิชชาอรก็ยังไม่ทราบเนื่องจากถามอะไรไปเขาก็ไม่ตอบ หญิงสาวจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหานราอรเพื่อขอความช่วยเหลือ กริ๊ง กริ๊ง “สวัสดี” นราอรรีบเดินผละออกมาจากไอศูรย์และไปคุยที่มุมหนึ่งของบ้านที่สงบเงียบไม่มีคนพลุกพล่านนักเมื่อเห็นที่หน้าจอโทรศัพท์ว่าเป็นใครที่โทรศัพท์เข้ามาหาเธอ รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่พิชชาอรพูดจาไม่รู้เรื่อง …

บทที่ 3

  “คือว่า…” พิชชาอรอึกอักพูดอะไรไม่ออก สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะเมื่อสบสายตาดุเข้มของเขาที่กำลังมองมาไม่นับคำพูดคำจาที่ชัดเจนตรงไปตรงมาไม่มีการอ้อมค้อมจนเธอแทบสะอึกเพราะไม่คิดว่าเขาจะสวนกลับมาอย่างนี้ “คุณได้ยินที่ผมพูดไหม หรือว่าไม่เข้าใจ งั้นผมจะถามเป็นข้อๆ แล้วกัน ข้อแรกคุณจะเอาเงินเป็นครั้งๆ ไปหรือจะเอาแบบรายเดือน …

บทที่ 2

  พิชชาอรรุดไปที่สถานีตำรวจเมื่อไปถึงที่นั่นก็เห็นคุณหญิงนราอรกำลังนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย หญิงสาวสะดุดกึกเพราะไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไรรู้สึกกลัวที่จะเข้าไปทำความเคารพเนื่องจากทราบดีว่าท่านไม่ชอบหน้าของเธอและไม่เคยยอมรับว่าเป็นหลาน แต่เมื่อนราอรเหลียวมาเห็นหน้าของเธอเข้า พิชชาอรก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินตรงเข้าไปหาทรุดตัวลงและกราบท่านอย่างเป็นทางการ “มากราบฉันทำไม ฉันไม่รู้จักหล่อน!” นราอรเอ่ยขึ้นอย่างไว้ตัวมองไปที่สาวน้อยที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นด้วยสายตาเหยียดๆ รีบขยับเท้าหนีก่อนจะลุกขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ณิชาหายตัวไป พิชชาอรเดินตามผู้สูงวัยกว่าไปติดๆ …

บทที่ 1

  ที่คฤหาสน์หรูหราของครอบครัวไอศูรย์กำลังนั่งคุยกับว่าที่เจ้าสาวของเขาอย่างณิชา ซึ่งยิ่งคุยกันก็ยิ่งถกกันเครียดด้วยความที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากณิชาไม่สนใจพิธีการใหญ่โตหรือแขกเหรื่อมากมาย เธอสนใจเพียงแค่การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันคนที่รักเท่านั้น “พี่เอ็มคะ แนนว่าไม่ต้องจัดให้ใหญ่โตขนาดนั้นก็ได้นะคะ เปลืองเงินเปลืองทองเปล่าๆ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ พี่เอ็มไม่คิดอย่างแนนเหรอคะ?” …

บทที่ 5

  “คุณ…” วิชิตาเอ่ยเรียกชายหนุ่มเสียงสั่น พูดอะไรไม่ออก รู้สึกใจโหวงๆ หน้ามืด อยู่ดีๆ ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าของเธอก็พร่าเลือนไปหมด ก่อนที่จะมืดสนิทมองอะไรไม่เห็น “เฮ้ย! …

บทที่ 4

  “คุณตกลงแล้วเหรอคะ?” วิชิตาผงกศีรษะขึ้นมาสบตาคู่คมเข้มของปวริศเอ่ยถามซ้ำเสียงสั่น อยากได้ยินให้ชัดเต็มสองหูอีกครั้งหนึ่ง จะได้ทราบว่าสิ่งที่เธอทุ่มเทลงไปนั้นจะไม่เสียเปล่า “ใช่ ผมตกลง เย็นนี้ผมเลิกงานแล้วมารอที่นี่ผมจะมาตกลงรายละเอียดกับคุณอีกที” ปวริศประกาศปล่อยร่างของวิชิตาให้เป็นอิสระ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนกับไม่ใส่ใจอะไรกับวิชิตาอีก …

บทที่ 3

  “ฉันตั้งใจมาที่นี่เพราะมีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ” วิชิตาเอ่ยย้ำอีกครั้งหนึ่ง พยายามนับหนึ่งถึงสิบ บอกตัวเองให้สะกดอารมณ์เอาไว้อย่าได้ทำให้เสียงานใหญ่ ตอนนี้ปวริศจะพูดจาอะไรแดกดันเธอแค่ไหนก็ต้องทน ทนให้ได้อย่างเดียว! “ผมก็บอกแล้วไงให้คุณแก้ผ้า จะเสนอตัวก็ถอดออกให้หมด ให้ผมดูจะได้รู้ว่าคุ้มไหมที่จะลงทุน …

บทที่ 2

  วิชิตาพาวิรุฬกลับมาที่บ้าน ยิ่งเห็นชายหนุ่มที่เธอนับถือเป็นพี่ชายมาตลอดเคร่งเครียดไร้รอยยิ้มก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ และเป็นห่วงเหลือเกินว่าอาการของวิรุฬจะทรุดย่ำแย่ไปกว่าเดิม “พี่วามคะ อย่าเพิ่งคิดมากนะคะ พวกเราจะต้องหาทางออกเจอ เชื่อวุ้นสิคะ” วิชิตาเอื้อมไปแตะแขนของวิรุฬเบาๆ อย่างอ่อนโยน …

บทที่ 1

  ที่งานแต่งงานหรูหราแห่งปีเจ้าบ่าวอย่างปวริศกำลังชะเง้อคอมองหาเจ้าสาวของเขาด้วยความกระวนกระวายใจ อยากที่จะเจอหน้าเจ้าสาวเร็วๆ จนแทบจะห้ามใจไม่ได้อีกแล้ว “เฮ้ยใจเย็นๆ ไอ้พีท เจ้าสาวของแกไม่หายไปไหนหรอก พวกแกดูหน้าไอ้พีท น้ำลายจะไหลอยู่แล้ว สงสัยจะรอเจ้าสาวไม่ไหว”​ …