บทที่ 5

  “เด็กเหรอครับ ไม่เด็กหรอกครับคุณย่า ทำงานแล้วนะครับ ทำกับผมเอง ทำที่บริษัท” เขมทัตรีบอธิบายยกใหญ่ ไม่อยากให้แขไขเข้าใจผิดว่าเขาไปหลอกเด็กที่ไหน ชายหนุ่มเกาศีรษะด้วยความงุนงงเพราะสำหรับเขาแล้วก็ไม่เห็นว่านริสราจะเป็นเด็กขนาดนั้นหรือว่าเขาไม่ได้สังเกตให้ดี? “เดี๋ยวนะหนูเหนือทำงานที่ไหนนะตาเข้ม?” …

บทที่ 4

  เขมทัตขยับตัวขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มรู้สึกมึนศีรษะอย่างหนักจนแทบจะขยับตัวไม่ไหว หนังตาก็หนักอึ้งจนเผยอเปลือกตาแทบไม่ได้ เขารวบรวมกำลังแรงใจอย่างสุดกำลังค่อยๆ เปิดตาขึ้นมา ซึ่งก็ต้องตั้งสติอยู่นานจนกระทั่งค้นพบว่าตัวเองนอนแผ่หราอยู่บนเตียงโดยที่มีอะไรบางอย่างกดทับที่หน้าอกซึ่งหนักไม่ใช่ย่อย “ยัยเฉิ่ม ยัยเฉิ่ม! ลุกขึ้นสิ …

บทที่ 3

  “ฮึ่มมม” เขมทัตส่งเสียงคำรามอยู่ในลำคอเมื่อถูกนริสราย้อนกลับอย่างนั้น แถมยังจ้องหน้าเขาด้วยสายตาแป๋วแหว๋วอีก เออจริงสิ ถ้าเป็นคนรักกันคบหากันแล้วไม่รู้จักแม้แต่ข้อมูลเบื้องต้นแบบนี้คุณหญิงย่าของเขาจะต้องสงสัยแน่ว่ารักกันมาได้อย่างไร “คุณชื่ออะไร?” เขมทัตเอ่ยถามเสียงขรึม รักษาฟอร์มเต็มที่ “บอสถามชื่อจริงหรือชื่อเล่นคะ?” …

บทที่ 2

  “เฮ้ยเข้ม แกมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?” อินทนิลเอ่ยถามทันทีเมื่อได้อยู่กันตามลำพังสองคนก่อนจะเดินกลับกันเข้าไปในรถเพื่อขับกลับบ้านกลับช่อง เขานั่งแทบไม่ติดยุกยิกอยู่ตลอด เพราะพยายามจะส่งสัญญาณถามกับเขมทัตว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร เจอกันเกือบทุกวัน คุยกันแทบทุกเรื่องแล้วเรื่องนี้เขาตกข่าวไปได้อย่างไร “ไปคุยกันที่อื่นคุณย่าหูดี เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง” …

บทที่ 1

  นริสรานั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในห้อง ก้มหน้าก้มตาด้วยความกลัวไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไรดี แม้ว่าจะไม่ใช่การสัมภาษณ์งานครั้งแรกของเธอ หลังจากที่สมัครงานมาหลายที่และถูกเรียกสัมภาษณ์จนนับไม่ถ้วน แต่กลับไม่เคยถูกเรียกตัวกลับไปอีกครั้งหนึ่งซึ่งก็ไม่ทราบว่าทำไม ทั้งที่ผลการเรียนและความสามารถก็มียอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร เมื่อประสบความล้มเหลวติดกันหลายครั้งจนเริ่มท้อใจ บิดากับมารดาของนริสราจึงลากหญิงสาวให้ไปบนบานเจ้าที่เจ้าทางเพื่อขอให้ได้งานเสียที ซึ่งเธอก็อยากให้เป็นเช่นนั้นจะได้ไม่ต้องเป็นบัณฑิตเดินแตะฝุ่นต่อ …