บทที่ 5

  กิตติธัชถือสายโทรศัพท์รออย่างใจเย็น มองไปรอบห้องพักอย่างสบายอกสบายใจ เพราะทราบว่าจะอย่างไรเสียปลาก็ต้องติดเบ็ดอย่างแน่นอน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพรรษชลจะทำอย่างไร “คุณ…คุณอยู่ที่ไหน?” พรรษชลเอ่ยถามเสียงเบา หลังจากที่เงียบไปนานเพราะตัดสินใจไม่ได้รู้สึกลังเลสับสนเป็นยิ่งนัก “ให้ผมไปหาคุณดีกว่ามั้ง เสียงสั่นอย่างนี้ท่าทางขาคงจะสั่นไปด้วย …

บทที่ 4

  กิตติธัชอารมณ์ดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับรู้ว่าบริษัทของนรานาตกำลังย่ำแย่ เขารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นเธอตกต่ำในวันนี้ “คุณเคนคะ” “เข้ามาสิ มีอะไรเหรอ?” กิตติธัชวางปากกาลงบนโต๊ะและเงยหน้าขึ้นมองเลขานุการของเขา “พรุ่งนี้คุณเคนจะเข้าไหมคะ มีคนมาติดต่อต้องการจะขอพบนะคะ” …

บทที่ 3

  “ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อ ผู้ชายพูดขนาดนี้แล้วไม่รู้หรือไงว่าจะพิสูจน์อะไร? ถูกแม่ส่งเร่ขายตัวให้นักธุรกิจตัณหากลับบ่อยๆ ไม่น่าจะโง่ เอ๊ หรือว่าคุณออกนอกสนามน้อยรอบกว่าพี่สาวของคุณ ท่าทางกร้านนิ เรียนรู้เยอะๆ สิ …

บทที่ 2

  กิตติธัชตกใจกับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้น เมื่อเห็นพรรษชลล้มเสียหลักไปแบบนั้น โชคดีที่เป็นแค่ไม่กี่ขั้นบันได และบันไดก็เตี้ยๆ ไม่น่าจะเจ็บมากนัก “โอ๊ย” พรรษชลเอื้อมไปจับข้อเท้าและนวดไปทั่วๆ ใบหน้าแสนสวยแหยเกด้วยความเจ็บปวด ได้แต่คิดในใจว่าดีนะที่กระดูกกระเดี้ยวไม่ได้หักตรงไหน …

บทที่ 1

  ห้องประชุมใหญ่โตโอ่อ่า ที่นั่งนุ่มสบาย แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องกลับกระสับกระสายวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ต่างจับกลุ่มคุยกันหน้าเครียด ก่อนที่จะสะดุ้งไปตามๆ กันเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูและฝีเท้าเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งร่างสูงใหญ่ที่เดินปราดเข้ามาที่หัวโต๊ะ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้” คำถามสั้นๆ …